แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 37
1
วัดป่ามะไฟเชิญชวนใส่ชุดขาวชาย ปฏิบัติธรรมทำสมาธิวิปัสสนาทำให้ผู้เข้าร่วมลดความเครียดคลายความวิตกกังวล

วัดป่ามะไฟตั้งอยู่ในพื้นที่อันเงียบสงบและเขียวขจีของจังหวัดปราจีนบุรีเป็นสถานที่พักผ่อนอันเงียบสงบสำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรม วัดแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบและมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับธรรมชาติจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกฝนสติและความสงบภายในเหมาะใส่ชุดขาว ชุดขาวชาย ชุดขาวหญิง ชุดขาวปฏิบัติธรรม มาเที่ยววัดป่ามะไฟ

วัดป่ามะไฟตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี ให้บรรยากาศที่สงบเงียบ ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางจิตวิญญาณอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้มาเยี่ยมชมจะได้รับการต้อนรับด้วยเสียงใบไม้ไหวเบาๆและเสียงธรรมชาติที่ผ่อนคลาย ทำให้เกิดบรรยากาศที่สมบูรณ์แบบสำหรับการทำสมาธิและพิจารณาธรรม วัดแห่งนี้ค่อนข้างเงียบสงบ ช่วยให้บรรยากาศภายในเงียบสงบ ปราศจากสิ่งรบกวนจากชีวิตสมัยใหม่

โครงการปฏิบัติธรรม
วัดมีโปรแกรมปฏิบัติธรรมแบบมีโครงสร้าง ตั้งแต่เซสชั่นหนึ่งวันไปจนถึงการปฏิบัติธรรมแบบขยายเวลา ซึ่งผู้เข้าร่วมสามารถดื่มด่ำกับการทำสมาธิ คำสอนของพุทธศาสนา และการฝึกสติ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เริ่มต้นหรือผู้ปฏิบัติธรรมที่มีประสบการณ์ สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยของวัดจะส่งเสริมการเติบโตและการไตร่ตรองส่วนบุคคล โดยมีพระสงฆ์เป็นผู้นำ เซสชั่นจะเน้นที่การทำสมาธิวิปัสสนา การฝึกสติในการหายใจและการทำสมาธิเดิน ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่จำเป็นทั้งหมดในการพัฒนาความเข้าใจจิตใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก
สำหรับผู้ที่เข้าร่วมการปฏิบัติธรรมระยะยาว วัดป่ามะไฟมีที่พักพื้นฐานแต่สะดวกสบาย ความเรียบง่ายของที่พักสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของพุทธศาสนาในการดำรงชีวิตโดยไม่ยึดติดกับวัตถุมากนัก อาหารที่เสิร์ฟในวัดนั้นปรุงอย่างมีสติ ปฏิบัติตามหลักการของความเรียบง่ายและมีสุขภาพดี และมักจะเป็นมังสวิรัติ

ประโยชน์ของการปฏิบัติธรรมที่วัดป่ามะไฟ
การปฏิบัติธรรมที่วัดป่ามะไฟมีคุณประโยชน์อันล้ำลึกหลายประการ ดังนี้

การเติบโตทางจิตวิญญาณ : ผ่านการทำสมาธิและการมีสติ ผู้ปฏิบัติสามารถพัฒนาความรู้สึกสงบ ปัญญา และความชัดเจนมากขึ้น
ความสงบทางจิตใจ : บรรยากาศอันเงียบสงบของวัดช่วยให้หลีกหนีจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยให้ผู้เข้าร่วมลดความเครียดและความวิตกกังวล
การเชื่อมโยงกับธรรมชาติ : สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของวัดส่งเสริมการเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับโลกที่อยู่รอบตัวเรา ส่งเสริมความรู้สึกกตัญญูและความมีสติในกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวัน

เยี่ยมชมวัดป่ามะไฟ
วัดแห่งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่สนใจศึกษาพระพุทธศาสนาและปฏิบัติธรรมได้เข้าชม แม้ว่าจะแนะนำให้เข้าร่วมการปฏิบัติธรรมเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่เต็มอิ่มยิ่งขึ้น แต่ผู้เยี่ยมชมแบบไปเช้าเย็นกลับก็สามารถเยี่ยมชมบริเวณวัด เข้าร่วมเซสชั่นการนั่งสมาธิ หรือขอคำแนะนำจากพระภิกษุได้เช่นกัน

สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกฝนจิตวิญญาณให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นหรือเพียงแค่ค้นหาความสงบภายใน การไปเยี่ยมชมวัดป่ามะไฟในจังหวัดปราจีนบุรีเป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิต การผสมผสานระหว่างธรรมชาติอันเงียบสงบ แนวทางจิตวิญญาณและการปฏิบัติธรรมตามแบบแผนของพุทธศาสนาทำให้วัดแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับการฝึกปฏิบัติธรรมและฟื้นฟูจิตใจ



2
บริหารจัดการอาคาร: แนวทางการวางท่อระบายน้ำคอนกรีต และข้อควรรู้ก่อนวางท่อระบายน้ำ

ท่อระบายน้ำ หมายถึง ท่อหรือรางสำหรับระบายน้ำเสียจากแหล่งชุมชน และอุตสาหกรรม หรือการระบายน้ำฝน โดยระบบท่อระบายน้ำนั้น นอกจากระบบท่อแล้วต้องมีส่วนประกอบอื่นเพื่อใช้ในการรวบรวมน้ำเสียจากแหล่งกำเนิดน้ำเสียต่าง ๆ ได้แก่ เช่น อาคารที่พักอาศัย โรงแรม โรงพยาบาล สถานที่ราชการ และเขตพาณิชยกรรม เขตธุรกิจ

การวางระบบท่อระบายน้ำ จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการสำรวจ วิเคราะห์ วางแผน และออกแบบตามรูปแบบและวัตถุประสงค์ของการระบายน้ำให้รอบคอบและรัดกุมที่สุด เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งในการออกแบบระบบวางท่อระบายน้ำ ต้องพิจารณาหลาย ๆ ด้าน เช่น ลักษณะภูมิประเทศของแต่ละท้องถิ่น ปริมาณน้ำฝน น้ำในดิน ตำแหน่งของการวางท่อระบายน้ำต้องวางในตำแหน่งที่สามารถระบายน้ำได้ดีที่สุด ระดับของท่อระบายน้ำที่ช่วยให้เกิดการไหลในปริมาณที่เหมาะสม รวมทั้งชนิดของท่อระบายน้ำ ขนาดของท่อระบายน้ำ และจำนวนท่อระบายน้ำ เป็นต้น

ก่อนวางท่อระบายต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

1. การเลือกใช้ท่อระบายน้ำ

การเลือกท่อระบายน้ำ ต้องเลือกให้มีความแข็งแรงให้เพียงพอสำหรับรองรับน้ำหนักในการใช้งานได้และความเหมาะสมกับสถานที่นั้น ๆ รวมถึงองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น ปริมาณของน้ำที่มากจากน้ำฝนและน้ำทิ้งในพื้นที่ ลักษณะภูมิประเทศและความลาดชันของพื้นที่ เพื่อนำมาคำนวณหาท่อระบายที่เหมาะสม โดยดูทั้งขนาดของท่อระบายน้ำ ความจุของท่อระบายน้ำ และความเร็วที่เหมาะสม เพื่อก่อให้เกิดการระบายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งวัสดุที่นิยมนำมาใช้สำหรับวางท่อระบายน้ำคือ ท่อระบายน้ำคอนกรีต

ท่อระบายน้ำคอนกรีตมีลักษณะแข็งแรงคงทนมีความยาวท่อนละประมาณ 100 เซนติเมตร และมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหลายขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ท่อระบายน้ำชนิดกลม และท่อระบายน้ำชนิดเหลี่ยม

    ท่อระบายน้ำชนิดกลม ลักษณะของท่อกลม จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดปากรางลิ้นและชนิดปากระฆัง นอกจากนี้ท่อกลมยังแบ่งตามมาตรฐานอุตสาหกรรมอีก 4 ชั้น คือ ชั้น 1, ชั้น 2, ชั้น 3 และ ชั้น 4 เหมาะสำหรับการระบายน้ำไม่มาก ใช้ในพื้นที่ที่มีการระบายน้ำไม่มากนัก สามารถนำไปใช้กับช่องน้ำขนาดเล็ก หรือมีร่องน้ำกว้างไม่เกิน 5 เมตร ขนาดท่อมีตั้งแต่ 0.30 – 1.50 เมตร มีอัตราการไหลผ่านของน้ำจำนวน 0 – 5 ลบ./วินาที ขึ้นอยู่กับขนาดของท่อ หากใช้ในย่านชุมชนควรมีบ่อพักทุกระยะ สำหรับงานทางหลวงนิยมใช้แบบปากรางลิ้น เพราะขนย้ายได้สะดวก และจะใช้เฉพาะท่อ ค.ส.ล. ชั้นที่ 2 กับงานผิวจราจร ส่วนท่อ ค.ส.ล. ชั้นที่ 3 จะใช้กับงานผิวทางเท้า

    ท่อระบายน้ำชนิดเหลี่ยม ท่อระบายน้ำชนิดเหลี่ยมมีให้ใช้ทั้งแบบหล่อสำเร็จ และแบบหล่อในพื้นที่ทั้งแบบคอนกรีต หรือคอนกรีตเสริมเหล็ก ขึ้นอยู่กับลักษณะของการใช้งาน เหมาะกับงานที่ต้องการระบายน้ำให้จำนวนมากในพื้นที่ชุมชนขนาดใหญ่ เพราะมีขนาดพื้นที่หน้าตัดเปิดช่องได้มากกว่าท่อกลม โดยสามารถแบ่งตามชนิดของโครงสร้างได้เป็น 2 ชนิด คือ โครงสร้างแบบ Simple และ โครงสร้างแบบ Span Rigid Frame หากนำไปใช้กับลำน้ำต้องมีความกว้างไม่เกิน 10 เมตร มีขนาดท่อตั้งแต่ 0.60 x 0.60 – 3.60 x 3.60 เมตร มีอัตราการไหลผ่านของน้ำจำนวน 5 – 30 ลบ./วินาที ขึ้นอยู่กับขนาดของท่อ

2. ความลาดเอียงหรือลาดชัน

การออกแบบระบบท่อน้ำเสียจะใช้หลักการที่ว่า น้ำมักจะไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ดังนั้น การวางท่อเพื่อใช้ในการระบายน้ำจึงจำเป็นต้องอาศัยความลาดเอียงของท่อ เพื่อให้น้ำในท่อสามารถไหลได้อย่างรวดเร็วเพียงพอที่จะนำเอาสิ่งสกปรกหรือเศษผงให้ไหลผ่านออกไปได้อย่างสะดวก การวางท่อระบายน้ำโดยรอบอาคาร การใช้ท่อคอนกรีตเสริมเหล็ก ต้องอาศัยความลาดเอียงที่ไม่ต่ำกว่า 1 : 200 (50%) ตามระดับแนวตรงที่สุด ซึ่งหมายความว่าในทุก ๆ ความยาวของท่อ 2 เมตร จะต้องมีความต่างระหว่างปากท่อและปลายท่อ ต่ำลง 1 ซม. เสมอ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เหมาะสำหรับการไหลของน้ำทิ้ง ปัจจุบันมีท่อระบายน้ำหลากหลายขนาดให้เลือกใช้งาน ตั้งแต่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.3 เมตร 0.4 ม. ไปจนถึง 1.50 เมตร หรืออาจมีขนาดใหญ่กว่านั้นตามความต้องการของผู้ใช้งาน เช่น ในเขตกรุงเทพมหานคร มีการกำหนดความลาดเอียงของท่อระบายน้ำไม่ต่ำกว่า 1 : 500 โดยใช้ท่อที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.4 เมตร ส่วนท่อระบายน้ำที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ จำเป็นต้องใช้ระดับความลาดเอียงไม่ต่ำกว่า 1 : 1,000 ของทั้งระบบระบายน้ำ

โดยก่อนที่จะทำการวางท่อระบายนั้นจำเป็นต้องมีการปรับระดับความลาดเอียงโดยการเททรายอัดแน่นลงไปก่อน จากนั้นค่อยเทคอนกรีตหยาบลงไปตามแนวความยาวของท่อ และควรมีบ่อพักท่อระบายน้ำทุกระยะ 6 – 8 เมตรตามความของท่อ หรือมุมเลี้ยวเปลี่ยวทิศทางหรือแนวการวางท่อ โดยต้องเลือกขนาดให้เหมาะสมต่อการใช้งานร่วมกับบ่อพักคอนกรีต เพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาดและดูแลรักษา

3. การวางระยะห่างของบ่อพักระบายน้ำ

บ่อพักคอนกรีตสำหรับการระบายน้ำมักใช้งานร่วมกันกับท่อระบายน้ำคอนกรีต สำหรับเกณฑ์การออกแบบโดยทั่วไปมีการกำหนดให้ระยะห่างสูงสุดสำหรับเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อขนาดต่างๆ ดังต่อไปนี้

    ท่อระบายน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่าหรือเท่ากับ 600 มม. ควรมีระยะห่างไม่เกิน 100 เมตร
    ท่อระบายน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 700 – 1,200 มม. ควรมีระยะห่างไม่เกิน 120 เมตร
    ท่อระบายน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 1,200 มม. ระยะห่างให้อยู่ในดุลยพินิจของวิศวกรและสภาพแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม การวางระยะห่างอาจมีความแตกต่างกันตามข้อกำหนด มาตรฐานและขนาดของท่อระบายน้ำ เช่น ในกรุงเทพมหานคร การวางท่อระบายน้ำจะทำตามแบบมาตรฐานของกรุงเทพมหานคร โดยที่บ่อพักท่อระบายน้ำจะต้องมีระยะห่างระหว่างบ่อพักต้องไม่เกิน 15 เมตร ส่วนในนิคมอุตสาหกรรมมีการออกมาตรฐานว่าต้องวางให้มีระยะห่างไม่เกิน 40 เมตร สำหรับทางหลวงท่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร ต้องมีระยะห่างระหว่างบ่อพักไม่เกิน 8 เมตร และท่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 – 1.5 เมตร ต้องมีระยะห่างระหว่างบ่อพักไม่เกิน 16 เมตร ขึ้นอยู่ โดยต้องมีทุกจุดที่มีการเปลี่ยนขนาดท่อ และจุดบรรจบของท่อหรือรางระบายน้ำ

4. ความถี่และปริมาณน้ำฝนในพื้นที่

ปริมาณน้ำฝนที่ใช้ในการออกแบบสำหรับการระบายน้ำฝนในเขตที่พักอาศัย มักคำนวณจากความถี่ของปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ระยะ 2 – 15 ปี และลักษณะพื้นที่ในแต่ละแห่ง ส่วนในเขตพาณิชย์ใช้การคำนวณความถี่ช่วงระยะ 10 – 50 ปี เช่น ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร จะใช้เกณฑ์ปริมาณน้ำฝนไม่น้อยกว่า 5 ปี

5. ความเร็วในการไหลของน้ำเสีย

โดยทั่วไปแล้วความลาดเอียงของท่อแนวนอน จะเป็นตัวกำหนดความเร็วของน้ำภายในท่อ แต่อัตราการความเร็วในการล้างท่อด้วยตัวเองของท่อระบายน้ำเสียหรือความเร็วภายในท่อไม่ควรน้อยกว่า 0.6 เมตร/วินาที เพื่อป้องกันไม่ให้เศษผงต่าง ๆ เกิดการตกตะกอนภายในเส้นท่อ และความเร็วสูงสุดไม่ควรเกิน 6 เมตร/วินาที เพื่อป้องกันการกัดกร่อนของท่อระบายน้ำ ซึ่งความเร็วภายในท่อที่นิยมใช้อยู่ที่ประมาณ 2-3 เมตร/วินาที ส่วนความเร็วของน้ำที่ไหลออกมาจากปลายท่อ ไม่ควรมีความเร็วที่สูงเกินไปจนทำให้เกิดการกัดเซาะ ยกเว้นมีการทำโครงสร้างให้มีการป้องกันการกัดเซาะของน้ำ เช่น ใช้ดินทรายหรือดินตะกอนทำโครงสร้าง ความเร็วของการไหลที่ปลายท่อต้องไม่เกิน 1 เมตร/วินาที ในกรณีที่เป็นดินเหนียว ความเร็วที่ปลายท่อไม่ควรเกิน 1.2 เมตร/วินาที

 ข้อควรระวังในการวางท่อระบายน้ำ

ไม่ควรวางท่อให้ระดับปากท่อด้านล่างต่ำกว่าระดับดินเดิมของร่องน้ำ เพราะอาจทำให้เกิดการสะสมของตะกอนภายในเส้นท่อได้ และไม่ควรวางท่อให้ระดับปากท่อด้านล่างสูงกว่าระดับดินเดิม เพราะจะทำให้เกิดการกัดเซาะของน้ำบริเวณใต้ท่อระบายน้ำได้

3
เด็กที่มีช่องฟันห่าง  สามารถแก้ไขด้วยการจัดฟันเด็ก ?

สุขภาพช่องปากและฟันของเด็ก เป็นเรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องคอยดูแลเอาใจใส่ให้มากเป็นพิเศษ เพราะเด็กในวัยที่ยังมีฟันน้ำนมอยู่นั้น พ่อแม่จะต้องระวังในเรื่องของของการเกิดฟันผุของลูก เพราะเด็กในวัยที่ยังมีฟันน้ำนม ไใควรที่จะมองข้าม เพราะถ้าหากเกิดฟันผุและสูญเสียฟันก่อนเวลาอันควรอาจจะทำให้เด็กมีปัญหาในเรื่องสุขภาพฟันในอนาคตได้  ดังนั้นการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันของเด็ก จึงมีความสำคัญมากเพราะสุขภาพฟันในวัยเด็กนั้น สามารถส่งผลต่อสุขภาพฟันในอนาคตได้ ยิ่งถ้าหากเด็กมีฟันน้ำนมหลุดก่อนเวลาอันควร อาจจะทำให้เกิดภาวะฟันหายหรือฟันห่างเพราะฟันแท้ที่ควรที่จะขึ้นมานั้น ไม่สามารถงอกขึ้นมาตามธรรมชาติได้ ซึ่งที่เราเรียกว่าฟันหายและส่งผลทำให้เกิดฟันห่างตามมา

ถ้าเด็กมีฟันห่างอาจจะทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ โดนเพื่อนล้อ หรืออาจส่งผลต่อการรับประทานอาหาร ทำให้การบดเคี้ยวอาหารมีประสิทธิภาพน้อยลงและสามารถทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง ดังนั้น หากเด็กมีปัญหาฟันห่างวิธีการที่ดีที่สุดก็คือควรพาเด็กเข้าพบทันตแพทย์จัดฟัน เพื่อขอรับคำแนะนำและเข้ารับการรักษาการจัดฟันในเด็ก เพราะการจัดฟันในเด็ก สามารถช่วยแก้ไขปัญหาฟันได้แทบทุกกรณีและสามารถรักษาฟันของเด็กได้ตั้งแต่อายุ 4-15 ปีเลยทีเดียว ทั้งยัง ช่วยปรับโครงสร้างของใบหน้า แก้ไขความผิดปกติของกล้ามเนื้อบนใบหน้าและปรับตำแหน่งลิ้นให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง เพื่อให้เด็กได้มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี ตั้งแต่อายุยังน้อย

อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะพูดทำความเข้าใจถึงปัญหาฟันของเด็ก ว่าถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีอาจจะส่งผลทำให้เด็กมีสุขภาพช่องปากและฟันในอนาคตได้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายและส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันโดยตรง และวันนี้ทางคลินิกของเราจะมาพูดถึงเด็กที่มีปัญหาช่องฟันห่างว่าสามารถเข้ารับการจัดฟันในเด็กได้หรือไม่ ก่อนอื่นเราจะมาพูดถึงภาวะฟันห่างก่อน ซึ่งภาวะฟันห่างนั้นส่งผลทำให้เสียความมั่นใจ มีรอยยิ้มที่ไม่มั่นใจ ซึ่งถือว่าส่งผลต่อการเข้าสังคมเป็นอย่างมาก แต่ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการเข้ารับการจัดฟันเพราะการจัดฟัน เป็นการจัดเรียงตัวฟันเพื่อให้ฟันเรียงตัวกันอย่างสวยงาม เช่นเดียวกันกับการจัดฟันในเด็ก ก็สามารถแก้ไขปัญหาฟันห่างได้แต่จะใช้ระยะเวลานานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล

สำหรับฟันห่างนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมของเด็ก เช่น การดูดนิ้ว การใช้ลิ้นดุนฟัน หรือการกลืนนน้ำลายที่ผิดวิธี พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลต่อสุขภาพฟันหรือแม้กระทั่งขากรรไกรและขนาดของฟันที่ไม่สมดุลกันก็จะทำให้มีช่องว่างระหว่างฟันได้มากกว่าปกติหรือการสูญเสียฟันก่อนกำหนดทำให้ฟันซี่อื่นเคลื่อนตัวออกจากทิศทางเดิม ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างฟันได้ นอกจากนี้ปัญหาเกี่ยวกับโรคเหงือกอักเสบก็สามารถทำให้เกิดฟันห่างได้เช่นเดียวกัน แต่เด็กที่มีภาวะช่องฟันห่าง ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการจัดฟันในเด็ก เพระานอกจากนี้จะช่วยในการแก้ไขปัญหาฟันห่างแล้ว ยังสามารถช่วยปรับโครงสร้างของใบหน้าได้ด้วย

หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด สนใจพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิก เพราะคลินิกของเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการจัดฟันในเด็กและมีประสบการณ์อย่างยาวนาน จึงทำให้สามารถแนะนำหรือแก้ไขปัญหาฟันได้อย่างถูกวิธีและทันตแพทย์ของเรายังสามารถช่วยประเมินปัญหาและแนะนำแนวทางการแก้ไขได้อย่างตรงจุด สามารถแนะนำวิธีการรักษาโดยยึดหลักปัญหาฟันของเด็กเพื่อให้เด็กได้รับการรักษาที่ถูกวิธี เพราะเราอยากให้เด็กๆทุกคนมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรพาบุตรหลานของท่านที่มีปัญหาฟัน เข้ารับการตรวจฟันกับทันตแพทย์จัดฟัน เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้เด็กได้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่ เสริมสร้างพัฒนาการของเด็กและทำให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

4
ชุดปฏิบัติธรรม ชุดแม่ชี เราเป็น โรงงานผลิตโดยตรง
ตัดเย็บปราณีต ทรงสวย เรียบหรู ดูสง่างดงาม
ผลิตจาก ผ้าฝ้ายแท้ 100% เกรดพรีเมียม

ชุดปฏิบัติธรรม ชุดขาวไปวัด ชุดแม่ชี
– ราคาแยกรายชิ้น –
ทอย้อมจากโรงงานอุตสาหกรรมชั้นดี
พร้อมส่งทุกไซส์
(กรณีสั่งตัดไซส์พิเศษ รอผลิต 7-10 วัน)
จัดส่งฟรี‼ เมื่อลูกค้าโอนชำระ
มีบริการเก็บเงินปลายทาง (+ตัวละ 10.-)

รับตัดชุดขาวไซส์ใหญ่พิเศษ
หมดกังวล หาไซส์ไม่ได้ ทางร้านเป็นโรงงานผลิตโดยตรง
สามารถสั่งตัดชุดได้ตามความต้องการ รอผลิต 7-10 วันทำการ

ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ

สัมผัสประสบการณ์ใหม่
จากผ้าฝ้ายแท้ 100%
 นุ่มสบาย ไม่ร้อน ไม่ระคายคือง
ใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดสรรเนื้อผ้า
การตัดเย็บ รวมไปถึงการจัดส่งแบบปกติ
และจัดส่งเร่งด่วน (Kerry EMS Grab)

ชุดขาวปฎิบัติธรรม ชุดขาวหญิง ชุดแม่ชี คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด

ชุดปฎิบัติธรรมชาย คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด


ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ



5
สร้างรายได้ ด้วยการขายผัดกะเพรากุนเชียง อาหารตามสั่งจานเด็ด รสเผ็ดหวานกลมกล่อม หอมกลิ่นใบกะเพรา

เมื่อพูดถึงอาหารริมทางของไทย หนึ่งในเมนูยอดนิยมและชื่นชอบมากที่สุดคือผัดกะเพราข้าว อาหารจานนี้ทำด้วยหมูสับ ไก่ หรืออาหารทะเล แบบดั้งเดิม ขึ้นชื่อในเรื่องรสชาติที่เข้มข้นของกระเทียม พริกและกะเพรา อย่างไรก็ตามกะเพรากุนเชียงเป็นอีกหนึ่งเมนูที่สร้างสรรค์และอร่อย เสิร์ฟพร้อมไข่ดาว ข้าวกะเพรากุนเชียงไข่ดาวเป็นเมนูอาหารตามสั่งยอดนิยมที่หารับประทานได้ง่าย

มีรสชาติอร่อยจัดจ้าน และมีส่วนผสมหลักดังนี้:

อะไรที่ทำให้จานนี้พิเศษ?
ผัดกะเพราเวอร์ชั่นนี้ ใช้ กุนเชียง (กุนเชียง)แทนโปรตีนปกติซึ่งมีรสหวานและหอมกลิ่นควันเล็กน้อย เมื่อผัดกับพริก กระเทียม และโหระพา กุนเชียงจะดูดซับกลิ่นหอมและเพิ่มความหวานที่เป็นเอกลักษณ์เพื่อสมดุลกับความเผ็ดของจานนี้

วัตถุดิบ:
ข้าวหอมมะลินึ่ง 1 ถ้วย
กุนเชียง 1-2 อัน หั่นเป็นแว่น
กระเทียมสับ 2-3 กลีบ
พริกขี้หนูสับ 2-3 เม็ด (ปรับความเผ็ดได้ตามชอบ)
ใบโหระพา 1/2 ถ้วย
ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนชา
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
น้ำมันปรุงอาหาร 1 ช้อนโต๊ะ
ไข่ 1 ฟอง(สำหรับทอดไข่)

วิธีการเตรียมตัว:
เตรียมไส้กรอกจีน – หั่นไส้กรอกเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วทอดในกระทะจนหอม ยกออกจากกระทะแล้วพักไว้
วิธีผัด – ในกระทะเดียวกัน ใส่น้ำมันเพิ่มอีกเล็กน้อย ผัดกระเทียมสับและพริกจนมีกลิ่นหอม
ใส่ไส้กรอกกลับลงไป – ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้วปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม น้ำปลา ซีอิ๊ว และน้ำตาลเล็กน้อย
ใส่โหระพา – ปิดไฟแล้วใส่ใบโหระพาลงไปทันทีเพื่อคงรสชาติสดใหม่
ทอดไข่ – ทอดไข่ในกระทะอีกใบจนขอบกรอบแต่ไข่แดงยังคงเยิ้มอยู่
เสิร์ฟ – วางผัดกะเพราและไส้กรอกลงบนจานข้าวหอมมะลิร้อนๆ โรยด้วยไข่ดาวกรอบ

ทำไมคุณถึงควรลอง?
ความสมดุลของรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ – ความหวานของไส้กรอกจีนตัดกับผัดโหระพากระเทียมรสเผ็ดได้อย่างลงตัว
รวดเร็วและง่ายดาย – สามารถทำอาหารจานนี้ในเวลาไม่ถึง 15 นาที ทำให้เป็นมื้ออาหารที่สมบูรณ์แบบสำหรับวันยุ่งๆ
ปรับแต่งได้ – คุณสามารถปรับระดับความเผ็ด เพิ่มผัก หรือแม้แต่เปลี่ยนไส้กรอกจีนเป็นโปรตีนชนิดอื่นได้
หากคุณเป็นแฟนของอาหารริมทางของไทยและชอบลองอาหารรูปแบบใหม่ๆผัดกะเพราใส่กุนเชียงและไข่ดาวเป็นเมนูที่ต้องลอง นับเป็นการพลิกแพลงอาหารคลาสสิกที่ผสมผสานรสชาติหวาน เผ็ด และเผ็ดร้อนในทุกคำ รับรองว่าอร่อยถูกปาก



6
มือถือ Huawei หัวเหว่ย Huawei-Nova 10 SE (8GB/256GB)
13,990 บาท

หัวเหว่ย Huawei-Nova 10 SE (8GB/256GB)
Huawei Nova 10 SE สมาร์ตโฟนหน้าจอ OLED ขนาด 6.67 นิ้ว กล้องหลัง 3 เลนส์ ความจุแบตเตอรี่ 4,500 mAh รองรับ Fast charging 66W

รายละเอียดเบื้องต้น
   ยี่ห้อ-รุ่น            หัวเหว่ย Huawei-Nova 10 SE (8GB/256GB)
   ราคากลาง         13,990 บาท
   จำนวนซิม          2 ซิม (Nano Sim)
   แบบดีไซน์        จอสัมผัส
   สี                   Silver(Starry Silver), Black(Starry Black), Green(Mint Green)
   ความถี่-เครือข่าย
2G(2 / 3 / 5 / 8)
3G(1 / 2 / 5 / 8)
4G(1 / 3 / 5 / 7 / 8 / 20 / 28)

   ขนาด-น้ำหนัก                   ยาว 162.39 x กว้าง 73.91 x หนา 7.39 มม., น้ำหนัก 184 กรัม
   ความจุข้อมูลภายใน (ROM)   256 GB
   ความจุข้อมูลภายนอกสูงสุด     -
   แบตเตอรี่ และระบบชาร์จ       ความจุแบตเตอรี่ 4,500 mAh

จอแสดงผล
   ชนิดจอ                  จอสัมผัส (OLED)
   ความละเอียด           6.67 นิ้ว, 395 ppi, 2,400 x 1,080 px
   รายละเอียดอื่น
ระบบปฎิบัติการ EMUI 12
ประมวลผลชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 680G 4G
กล้องหลัง 3 เลนส์ เลนส์หลัก 108 MP, f/1.9 + เลนส์ ultrawide 8 MP, f/2.2 + เลนส์ macro 2 MP, f/2.4
รองรับ Fast charging 66W

กล้องถ่ายรูป
   ขนาด-ความละเอียด                    กล้องหลัง (108 Mpx), กล้องหน้า (16 Mpx)
   ความละเอียดของภาพภ่ายสูงสุด
   คุณสมบัติ                                  Auto Focus, Flash

ระบบปฏิบัติการ
   หน่วยประมวลผล (CPU)                  Octa-core, 4 x Cortex-A73@2.4 GHz + 4 x Cortex-A53@1.9 GHz
   หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU)          Adren 610
   หน่วยความจำ (RAM)                      8.0 GB
   ระบบเชื่อมต่อภายนอก                    USB(Type-C 2.0), Bluetooth(5.0), Wi-Fi(802.11a/b/g/n/ac, 2.4 GHz and 5 GHz)
   ระบบรับส่งข้อความ
SMS, MMS, EMAIL
   การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต                 3G, GPRS, EDGE, WiFi, 4G
   ระบบ GPS                              GPS / AGPS / Glonass / BeiDou / GALILEO / QZSS

7
ปล่อยรถไมล์น้อย FORD EVEREST 2.0 BI-TURBO WILDTRAK 4WD 2024

ฟอร์ด Ford Everest 2.0L Bi-Turbo Wildtrak 4x4 10AT ปี 2023
Ford Everest t 2.0L Bi-Turbo Wildtrak 4x4 10AT รุ่นย่อยใหม่ล่าสุดของรถยนต์นั่งอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวที่รักความท้าทายและการผจญภัย ต่อยอดสมรรถนะและเทคโนโลยีที่เหนือชั้นด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์แบบไวลด์แทรค เน้นความเท่ แข็งแกร่ง และมีสไตล์ ภายในห้องโดยสารหรูหราสะดวกสบาย มอบประสบการณ์ใหม่ในการเดินทางผจญภัยให้กับคุณและครอบครัว  มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E- Shifter มอบพละกำลังสูงสุด 210 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร พร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ 4x4 ที่มีตัวเลือกโหมดการขับขี่มากถึง 6 โหมด ได้แก่ Normal, Eco, Tow/Haul, Slippery, Mud/Ruts และ Sand เพื่อสมรรถนะสูงสุดสำหรับการเดินทางบนทุกสภาพพื้นผิว

หมายเหตุ : รายละเอียดของรถยนตอ์าจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง

รถผู้บริหาร รถทดลองขับ ไมล์น้อย ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

โปรโมชั่นพิเศษ
ตั้งแต่ 26 มี.ค. - 31 มี.ค. 2568
ส่งฟรีถึงบ้านโดยรถสไลด์,รับประกันเครื่องเกียร์  1 ปี,รับประกันไมล์แท้
ซื้อสดไม่มีบวก vat 7%,ล้างขัดสีเช็ดระบบไฟก่อนส่งมอบ

ราคาพิเศษ 1,568,000 บาท

สนใจสอบถา มรายละเอียดกดลิ้ง https://www.checkraka.com/flashdeal/car

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์                 Ford
   รุ่น                      ฟอร์ด Ford Everest 2.0L Bi-Turbo Wildtrak 4x4 10AT ปี 2023
   ประเภทรถ             รถอเนกประสงค์ SUV
   ปีที่เปิดตัว             2023


8
หมอประจำบ้าน: แมงป่องต่อย

ให้รีบนำเหล็กในออก ใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นประคบ ให้ยาแก้ปวด-พาราเซตามอล*

ควรปรึกษาแพทย์ ถ้ามีอาการปวดแผลมาก หรือกินยาแก้ปวดไม่ได้ผล

หมายเหตุ แมงป่องที่มีพิษร้ายแรง (ยังไม่พบในบ้านเรา) จะมีพิษต่อประสาท ทำให้กล้ามเนื้อกระตุก ชัก อาเจียน น้ำลายฟูมปาก หยุดหายใจ ตายได้ ต้องฉีดเซรุ่มแก้พิษ ถ้าสงสัยถูกแมงป่องมีพิษต่อย ให้ทำการปฐมพยาบาลแบบเดียวกับถูกงูกัด

การปฐมพยาบาลผู้ที่ถูกงูกัด

การปฐมพยาบาลเป็นสิ่งที่ต้องกระทำหลังถูกงูกัดทันทีก่อนที่จะนำส่งโรงพยาบาล มักจะกระทำโดยผู้ป่วยเอง ญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูง คำแนะนำในการให้การปฐมพยาบาลผู้ที่ถูกงูกัด สำหรับบุคคลเหล่านี้ ได้แก่

1. ใช้เชือก ผ้า หรือสายยางรัดแขนหรือขา ระหว่างแผลงูกัดกับหัวใจ (เหนือรอยเขี้ยว 2-4 นิ้วฟุต) เพื่อป้องกันมิให้พิษงูถูกดูดซึมเข้าร่างกายโดยเร็ว ให้รัดแน่นพอที่จะหยุดการไหลเวียนของเลือดดำ ควรคลายเชือกทุก ๆ 15 นาที โดยคลายนานครั้งละ 30-60 วินาที จนกว่าจะถึงสถานพยาบาล

2. เคลื่อนไหวแขนหรือขาส่วนที่ถูกงูกัดให้น้อยที่สุด ควรจัดตำแหน่งของส่วนที่ถูกงูกัดให้อยู่ในระดับต่ำกว่าหัวใจ (เช่น ห้อยเท้าหรือมือส่วนที่ถูกงูกัดลงต่ำ) ระหว่างเดินทางไปยังสถานพยาบาล อย่าให้ผู้ป่วยเดิน ควรให้ผู้ป่วยนั่งรถหรือแคร่หาม ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของพิษงู

3. ควรดูให้รู้แน่ว่าเป็นงูอะไร แต่ถ้าไม่แน่ใจควรบอกให้คนอื่นที่อยู่ในที่เกิดเหตุช่วยตีงูให้ตาย และนำไปยังสถานพยาบาลด้วย (อย่าตีให้เละจนจำลักษณะไม่ได้)

4. อย่าให้ผู้ป่วยดื่มแอลกอฮอล์ หรือยาดองเหล้า หรือกินยากระตุ้นประสาท รวมทั้งชา กาแฟ

5. อย่าใช้ไฟหรือเหล็กร้อนจี้ที่แผลงูกัด และอย่าใช้มีดกรีดแผลเป็นอันขาด เพราะอาจทำให้เลือดออกมาก (โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าถูกงูที่มีพิษต่อเลือดกัด) หรืออาจตัดถูกเส้นเอ็นหรือเส้นประสาท รวมทั้งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้

6. ถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจ (จากงูที่มีพิษต่อประสาท) ให้ทำการเป่าปากช่วยหายใจไปตลอดทางจนกว่าจะถึงสถานพยาบาลที่ใกล้บ้านที่สุด

7. สำหรับบาดแผลให้ใช้ยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดบาดแผล ถ้ารู้สึกปวดแผลให้กินพาราเซตามอล ห้ามให้แอสไพริน เพราะอาจทำให้เลือดออกง่ายขึ้น

*เพื่อความปลอดภัย ควรขอคำแนะนำวิธีและขนาดยาที่ใช้   ผลข้างเคียงของยา และข้อควรระวังในการใช้ยา  จากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะการใช้ยาในเด็ก สตรีที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร  ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวหรือมีการใช้ยาบางชนิดที่แพทย์สั่งใช้อยู่เป็นประจำ     

9
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
เรา
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”

สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/


10
motor show Toyota เปิดบูธภายใต้แนวคิด "ขับเคลื่อนโลกของคุณ ขับเคลื่อนทุกโอกาสให้เป็นจริง" จัดทัพมาครบทุไลน์อัพพร้อมแคมเปญ "ทุกคันมั่นใจ ไปสุดทุกดีล"

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมเปิดบูธโตโยต้าในงาน The 46th Bangkok International Motor Show 2025 ภายใต้แนวคิด MOVE YOUR WORLD, MOVE ALL OPPORTUNITIES ขับเคลื่อนโลกของคุณ ขับเคลื่อนทุกโอกาสให้เป็นจริง จัดแสดงรถยนต์โตโยต้าหลากหลายรุ่น ครบทุกไลน์อัพ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยรถทุกรุ่นมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ และมีให้ทดลองขับภายในงาน เลือกมั่นใจ กับดีลที่ใช่ เป็นเจ้าของรถได้ง่ายๆ กับแคมเปญ ทุกคันมั่นใจ ไปสุดทุกดีล ในระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวเปิดบูธว่า “ปีนี้ เราจัดแสดงภายใต้คอนเซ็ปต์ MOVE YOUR WORLD, MOVE ALL OPPORTUNITIES ขับเคลื่อนโลกของคุณ ขับเคลื่อนทุกโอกาสให้เป็นจริง โดยคอนเซ็ปต์ Move Your World เกิดขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น และสร้างการเชื่อมโยงที่ยั่งยืน เหนือการขับเคลื่อนทั่วไป วิสัยทัศน์นี้คือ คำมั่นสัญญาของโตโยต้า ที่จะสร้างอนาคตที่ทุกคนสามารถก้าวไปข้างหน้าได้พร้อมๆกัน โตโยต้ามุ่งมั่นที่จะมอบโซลูชั่นแห่งการขับเคลื่อนที่ดียิ่งขึ้น และมอบความไว้วางใจ เพื่อนำไปสู่อนาคตที่ดีกว่าให้กับคนไทยทุกคน

ปีที่แล้ว ยอดขายรวมตลาดรถยนต์ประเทศไทยอยู่ที่ 573,000 คัน ลดลง 26% เมื่อเทียบกับ พ.ศ. 2566 อย่างไรก็ตามโตโยต้า ประสบความสำเร็จ ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 38.5% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 13 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเราขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่มอบความไว้วางใจในโตโยต้า เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากลูกค้าที่เลือกเรา ด้วยผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือ เครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุม รวมถึงความยั่งยืนในทุกมิติ

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระแสความนิยมในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ปีที่ผ่านมา ยอดขายกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ของประเทศไทย อยู่ที่กว่า 200,000 คัน เติบโตขึ้น 10% เมื่อเทียบกับ พ.ศ. 2566 และคิดเป็น 35% ของยอดขายรถยนต์รวม การเติบโตดังกล่าว มาจากยอดขายรถยนต์ HEV ที่เติบโตขึ้น 29% ในขณะที่ยอดขายรถ BEV ลดลง 8% ชี้ให้เห็นถึงการยอมรับจากลูกค้าชาวไทยที่เลือกรถยนต์ไฮบริด โดยคำนึงถึงความสะดวกในการใช้งานจริง ที่สำคัญ โตโยต้า มียอดขายสูงสุดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า xEV และกลุ่มตลาดรถยนต์ไฮบริด ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในรถยนต์ไฮบริดโตโยต้า หรือ "Trusted HEV" ที่เป็นจุดแข็งของเรา”

ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ผู้นำยนตรกรรมไฮบริดกับ TOYOTA NO.1 TRUSTED HEV ขอมอบแคมเปญพิเศษ ในทุกรุ่นไฮบริด
มร.โนริอากิ ยามาชิตะ แนะนำโซนรถยนต์ไฮบริด “ขอแนะนำ โซนรถยนต์ไฮบริด ที่จัดแสดงรถยนต์ HEV หลายรุ่น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า เริ่มจากรถซีดานกับ ALL-NEW CAMRY รถรุ่นที่ขายดีที่สุดในเซกเมนต์ Medium Size Sedan และ COROLLA ALTIS สำหรับ SUV ท่านจะได้พบกับ YARIS CROSS รถ HEV ที่ขายดีที่สุดของเซกเมนต์นี้ และ COROLLA CROSS ในกลุ่มรถ MPV เราจัดแสดง INNOVA รวมทั้ง ALPHARD / VELLFIRE รถมินิแวนสุดหรู ที่พร้อมส่งมอบสู่มือลูกค้า”

รถยนต์ไฮบริด

ALL-NEW CAMRY ราคาเริ่มต้น 1,455,000 บาท รับข้อเสนอ: ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.59% หรือ ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

COROLLA ALTIS ราคาเริ่มต้น 894,000 บาท รับข้อเสนอ: ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.65% และ ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

YARIS CROSS ราคาเริ่มต้น 789,000 บาท รับข้อเสนอ: ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.69% หรือผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 7,748 บาท ต่อเดือน

COROLLA CROSS ราคาเริ่มต้น 999,000 บาท รับข้อเสนอ: พิเศษสำหรับเจ้าของรถยนต์โตโยต้า ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0.89% และฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD
INNOVA ZENIX ราคาเริ่มต้น 1,379,000 บาท รับข้อเสนอ: ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.79% หรือเลือกรับ ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD


ALPHARD & VELLFIRE ราคาเริ่มต้น 4,269,000 บาท มีรถพร้อมจำหน่าย และส่งมอบ
เพื่อแทนคำขอบคุณในทุกความมั่นใจที่ลูกค้ามอบให้ เป็นเจ้าของรถยนต์ไฮบริดทุกรุ่น ALL-NEW CAMRY / COROLLA ALTIS / YARIS CROSS / COROLLA CROSS / INNOVA / ALPHARD / VELLFIRE
รับฟรี แพ็คเกจเช็คระยะ 10,000 – 50,000 กม. (Toyota Smart Plan) พร้อมข้อเสนอพิเศษการรับประกัน
ขยายระยะเวลาการคุ้มครอง TCFR Plus+
ขยายระยะรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. เมื่อเข้าเช็กระยะตามกำหนด
ขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี พร้อมรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
TOYOTA NO.1 TRUSTED HEV ไฮบริดที่ใช่ มั่นใจทุกเจน โดยรถยนต์โตโยต้าไฮบริดมาพร้อมกับ
TRUSTED VALUE ให้ลูกค้ามั่นใจไปกับความคุ้มค่า ด้วยอัตราการใช้น้ำมันสูงสุด 26.3 กม/ลิตร (อ้างอิงจาก Eco Sticker รุ่น YARIS CROSS)
TRUSTED QUALITY คุณภาพที่ใครก็ไว้วางใจ
TRUSTED WARRANTY รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 10 ปี
TRUSTED SERVICE เซอร์วิสที่พร้อมให้บริการ อะไหล่ที่พร้อมส่งภายใน 48 ชั่วโมง และช่างผู้ชำนาญการกว่า 8,000 คน
TRUSTED NETWORK ศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานและครบวงจรกว่า 450 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ รวมไปถึงบริการแลกเปลี่ยนรถใหม่ที่โตโยต้าชัวร์

ตอกย้ำความเป็นรถกระบะมหาชน กับ โซนไฮลักซ์ ซีรีส์ และ KING OF PPV ฟอร์จูนเนอร์


มร.โนริอากิ ยามาชิตะ แนะนำโซนไฮลักซ์ซีรีส์และฟอร์จูนเนอร์ “ไฮลักซ์ เป็นรถกระบะขวัญใจมหาชน ที่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นรถในดวงใจของลูกค้าชาวไทย ในวันนี้ เรานำรถที่ได้รางวัลชนะเลิศจากการประกวด REVO Garage Mazter มาจัดแสดง ตลอดจน รุ่นอื่นๆในไลน์อัพของไฮลักซ์ ที่ตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า ตั้งแต่การใช้งานเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงการใช้งานส่วนบุคคล นอกจากนั้น ยังมีรถกระบะอเนกประสงค์อย่าง Hilux Champ ที่จะทำให้ทุกโอกาสเป็นไปได้ กับหลากหลายรูปแบบในการต่อเติมตัวรถ โดยในวันนี้ เรามีจัดแสดงรถ AFM Sausage Food Truck / รถ Pet Spa รวมทั้ง รถดัดแปลงเพื่อธุรกิจโลจิสติกส์

นอกจากนี้ ขอเชิญท่านพบกับ Fortuner King of PPV ที่ครองยอดขายอันดับหนึ่งในไทยเป็นเวลา 13 ปี ไฮลักซ์และฟอร์จูนเนอร์ มาพร้อมขุมพลัง GD Super Power ขนาด 2.4 ลิตร และ 2.8 ลิตร ผสานการทำงานกับหัวฉีดน้ำมันอัจฉริยะ i-ART มอบสมรรถนะและประสิทธิภาพประหยัดเชื้อเพลิง แรงเหลือๆ ประหยัดเหลือๆ ตอบสนองทุกความต้องการด้านการใช้งาน”
 
ไฮลักซ์ รีโว่ และฟอร์จูนเนอร์

HILUX REVO GR SPORT 4x4 ราคาเริ่มต้น 1,479,000 บาท รับข้อเสนอ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ หรือฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

HILUX REVO SMART CAB Z EDITION ราคาเริ่มต้น 669,000 บาท รับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้น 4,999 บาทต่อเดือน หรือดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.29% (ดาวน์25% ผ่อน 48 เดือน) พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

HILUX REVO DOUBLE CAB PRE-RUNNER ROCCO  ราคา 1,136,000 บาท รับข้อเสนอ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.40% (ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน) พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD
HILUX REVO DOUBLE CAB PRE-RUNNER ราคาเริ่มต้น 881,000 บาท รับข้อเสนอ HILUX REVO DOUBLE CAB ผ่อนเริ่มต้น 8,805 บาทต่อเดือน พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

HILUX CHAMP ราคาเริ่มต้น 459,000 บาท รับข้อเสนอ สำหรับผู้ประกอบการขนส่งและประกอบธุรกิจ รับดอกเบี้ยอัตราพิเศษ เมื่อซื้อไฮลักซ์ แชมป์ พร้อมดัดแปลงหรือต่อเติมเพื่อการทำธุรกิจทุกรูปแบบ

FORTUNER LEADER S ราคาเริ่มต้น 1,239,000 บาท รับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้น 9,305 บาทต่อเดือน หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.89% พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

FORTUNER LEGENDER (ชุดแต่ง Wide Body)  ราคาเริ่มต้น 1,643,000 บาท อุปกรณ์ตกแต่งพิเศษจากพันธมิตร Wide Body Package ราคาแนะนำพิเศษ 20,900 บาท/ชุด (ปกติ 30,900 บาท) เลือกผ่อนพร้อมกับตัวรถ เพิ่มเพียง 192 บาท/เดือน
 
มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวเสริมว่า “เพื่อสร้างความโดดเด่นและความเท่ห์ให้กับรถยนต์ เราได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ชิ้นส่วนตกแต่งรถยนต์ที่เป็นที่รู้จักระดับประเทศหลายแห่ง “AAP (Associated Accessories Product)” อาทิ ชุดตกแต่งรอบคันแบรนด์ GR จาก บริษัท ทีซีดี เอเชีย / อุปกรณ์ตกแต่งแนวแคมป์ปิ้งจากแบรนด์ TJM และล้ออัลลอยจากแบรนด์ LENSO รวมทั้ง จะมีการแนะนำ ล้ออัลลอยราคาประหยัด สำหรับ ไฮลักซ์ รีโว่ ภายใต้แบรนด์ Emotion R
 
ทั้งนี้ ท่านยังสามารถพบกับ ยาริส เอทีฟ และ ยาริส แฮทช์แบค รถยอดนิยมในกลุ่มอีโคคาร์ รวมทั้ง เวลอซ ภายในงานด้วย
รถยนต์ยอดนิยม

YARIS ATIV ราคาเริ่มต้น 549,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ:
ขยายระยะเวลาการคุ้มครอง TCFR Plus+
ขยายระยะรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. เมื่อเข้าเช็กระยะตามกำหนด
และเลือกรับข้อเสนอพิเศษอีก 2 ต่อ
ต่อที่ 1: ผ่อนสบายเริ่มต้น 4,993 บาทต่อเดือน หรือ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0%
ต่อที่ 2: ฟรีชุดแต่ง LUSSO หรือ ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD
YARIS ATIV NIGHTSHADE (Special Edition) ราคา 699,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ
ขยายระยะเวลาการคุ้มครอง TCFR Plus+
ขยายระยะรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. เมื่อเข้าเช็กระยะตามกำหนด
และเลือกรับข้อเสนอพิเศษอีก 2 ต่อ
ต่อที่ 1: ผ่อนสบายเริ่มต้น 6,357 บาทต่อเดือน หรือ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0%
ต่อที่ 2: ฟรีชุดแต่ง LUSSO หรือ ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

YARIS ราคาเริ่มต้น 559,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ
ขยายระยะเวลาการคุ้มครอง TCFR Plus+
ขยายระยะรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. เมื่อเข้าเช็กระยะตามกำหนด
และเลือกรับข้อเสนอพิเศษอีก 2 ต่อ
ต่อที่ 1: ผ่อนสบายเริ่มต้น 5,084 บาทต่อเดือน หรือ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0%
ต่อที่ 2: ฟรีชุดแต่ง LUSSO หรือ ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

VELOZ ราคาเริ่มต้น 795,000 บาท รับข้อเสนอ: ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care และโปรแกรมช่วยผ่อน 4,000 บาท/เดือน (เดือนที่ 1 – 6)
ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง VELOZ X-URBAN ราคาพิเศษ 19,900 บาท (จากราคาปกติ 39,900 บาท) ของมีจำนวนจำกัด
 
มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวปิดท้ายการแถลงข่าวว่า “โตโยต้า มุ่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งกว่าให้กับลูกค้า ผ่านธุรกิจที่ครบวงจรของเรา นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการครอบครองรถ ทั้งบริการ T-Connect และ TCFR+ และขอเชิญชวนท่านรับบริการแลกเปลี่ยนรถคันเก่าจาก โตโยต้า ชัวร์

นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด ในการซื้อรถยนต์โตโยต้า เพราะเราได้จัดเตรียมข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย สำหรับช่วงเวลานี้ ทั้งแพ็กเกจด้านการเงินที่ช่วยให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่นได้ง่ายขึ้น รวมทั้ง ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ ในรถยอดนิยมหลายรุ่น ทั้ง ยาริส เอทีฟ / ยาริส แฮทช์แบค / ไฮลักซ์ และฟอร์จูนเนอร์

ยิ่งไปกว่านั้น จากการที่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้เปิดตัวมาตรการ กระบะพี่มีคลังค้ำ ภายใต้โครงการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อ บสย. SMEs PICK-UP โดยเปิดรับคำขอค้ำประกันตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 นั้น ทางบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด มีข้อเสนอ และเงื่อนไขพิเศษในการพิจารณาสินเขื่อ ของลูกค้ากลุ่ม SMEs และผู้ประกอบการรายย่อย ให้เป็นเจ้าของรถ Hilux REVO และ Hilux CHAMP ได้ง่ายที่สุด เริ่มในงาน Motor Show นี้ กับดีลดีที่สุดแห่งปีจากโตโยต้าลีสซิ่ง สำหรับลูกค้า SMEs และผู้ประกอบการรายย่อย ไม่ต้องรอ ออกรถได้เลยวันนี้ ดาวน์เริ่มต้น 0% ไม่ต้องมีผู้ค้ำ พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ อนุมัติง่าย เป็นเจ้าของไฮลักซ์ได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ลูกค้าทุกท่านยังสามารถเพลิดเพลินกับข้อเสนอชุดอุปกรณ์ตกแต่งสุดพิเศษ เมื่อเลือกเป็นเจ้าของรถรุ่นที่กำหนด ตลอดจนส่วนลดพิเศษก่อนเริ่มงาน เพื่อให้ลูกค้าใช้เป็นส่วนลด เมื่อตัดสินใจซื้อรถภายในงาน รวมทั้ง ร่วมลุ้นจับรางวัลชิงโชคพิเศษ และขอเชิญมาร่วมสัมผัสประสบการณ์การช้อปสุดพิเศษที่บูธ GR Collection กับโปรโมชันสุดคุ้มที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งนักสะสมและสายสตรีทแฟชั่น พบกับสินค้าระดับพรีเมียมที่สะท้อนจิตวิญญาณของมอเตอร์สปอร์ต พร้อมสิทธิพิเศษเฉพาะในงานนี้เท่านั้น พิเศษ ยิ่งซื้อเยอะ ยิ่งลดเยอะ พบกับส่วนลดพิเศษสำหรับสินค้าทุกชิ้นภายในงาน เพื่อมอบความคุ้มค่าสูงสุดให้กับลูกค้า โดยซื้อ 1 ชิ้น รับส่วนลด 3% / ซื้อ 2 ชิ้น รับส่วนลด 5% / ซื้อ 3 ชิ้น         รับส่วนลด 10% / ซื้อ 4 ชิ้นขึ้นไป รับส่วนลดสูงสุด 15% และเมื่อซื้อครบ 3,000 บาท รับฟรี GR T-Shirts
 
ทุกคันมั่นใจ ไปสุดทุกดีล กับโตโยต้า ทดลองขับ และรับข้อเสนอสุดพิเศษ เป็นเจ้าของรถได้ง่ายๆ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 26 มีนาคม – 6 เมษายน นี้ที่ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 และฟอรั่ม ฮอลล์ 4 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ

11
การจัดฟันเด็ก ช่วยลดความรุนแรงของปัญหาฟันได้

ในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของเด็ก ถือว่าเป้นสิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะดูแลเอาใจใส่ให้มากเป็นพิเศษ เพราะพ่อแม่ ผู้ปกครองมีหน้าที่สำคัญในการส่งเสริมการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน โดยเฉพาะขณะที่เด็กอยู่กับพ่อแม่ที่บ้านทั้งตอนเช้าก่อนมาโรงเรียน ตอนเย็นหลังเลิกเรียน และวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่เด็กจะได้อยู่ร่วมกับพ่อแม่ที่บ้าน ดังนั้น พ่อแม่มีหน้าที่ส่งเสริมการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันให้กับเด็ก อย่างเช่น การดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย รวมไปถึงวิธีการดูแลรักษาความสะอาดของช่องปากและฟัน เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กมีปัญหาฟันผุ ตั้งแต่อายุยังน้อย อยู่อยู่ในช่วงของการมีฟันน้ำนม พ่อแม่ส่วนใหญ่มองว่า ฟันน้ำนมของลูกนั้น ไม่มีความสำคัญ เพราะคิดว่า ยังไงก็ต้องหลุดออกไปและมีฟันแท้ขึ้นมาแทนที่ แต่นี่เป็นความเข้าใจที่ผิด

เพราะถ้าเด็กมีปัญหาฟันผุตั้งแต่ในช่วงฟันน้ำนม ก็อาจจะทำให้ฟันน้ำนมหลุกก่อนกำหนดได้ นั่นหมายความว่า จะส่งผลต่อการขึ้นของฟันแท้ อาจจะทำให้ฟันมีลักษณะการขึ้นที่ผิดปกติ มีการสบฟันที่ผิดปกติ ส่งผลให้เกิดปัญหารุนแรงตามมาในอนาคต เด็กบางคนมีปัญหาฟันรุนแรงมาก ซึ่งวิธรการแก้ไขที่ดีที่สุดก็คือ การเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ซึ่งถือว่าเป็นการจัดฟันในเด็กที่สามารถแก้ไขฟันได้แทบทุกกรณี และยังส่งผลดีต่อโครงสร้างของใบหน้าอีกด้วย และที่สำคัญช่วยส่งเสริมในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟัน ช่วยลดความรุนแรงของปัญหาฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยทีเดียว เพื่อให้บุตรหลานของท่านมีภูมิคุ้มกันและรู้จักวิธีการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันได้อย่างถูกต้อง

วันนี้ทางคลินิก ของเราจะมาพูดถึงการจัดฟันในเด็ก ที่สามารถช่วยลดความรุนแรงของปัญหาฟันของลูกน้อยได้ แต่ก่อนอื่นเราจะมาอธิบายในเรื่องของการจัดฟันในเด็กก่อนว่า ในปัจจุบันนี้เด็กในวัยประถมก็สามารถเข้ารับการจัดฟันได้แล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถพาบุตรหลานของท่านที่มีอายุต่ำว่า 10 ปี มาตรวจกับทันตแพทย์จัดฟันได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอจนถึงวัยรุ่น แนะนำให้พาเด็กอายุ 7-10 ปี ไปตรวจกับทันตแพทย์จัดฟัน เพราะหากพบปัญหาการสบฟันที่ผิดปกติ เด็กวัยนี้ก็สามารถจัดฟันได้แล้ว และเด็กในวัยนี้สามารถให้ความร่วมมือกับทันตแพทย์ในการรักษาด้วยการจัดฟันในเด็กได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ การจัดฟันในเด็ก ยังสามารถช่วยทำให้ปัญหาในเรื่องของฟัน ลักษณะฟัน หรือแม้กระทั่งการสบฟันที่มีความผิดปกติที่อาจจะเกิดจากพฤติกรรมในวัยเด็ก ก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ อย่างไรก็ตาม การจัดฟันในเด็กที่มีอายุต่ำว่า 10 ปี มักเป็นการจัดฟันบางส่วน มีจุดประสงค์ในการจัดฟันก็เพื่อการรักษาเฉพาะบริเวณ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในเบื้องต้น หรือช่วยลดความรุนแรงของปัญหา ซึ่งเมื่อเด็กโตพอ ก็มักจะต้องจัดฟันทั้งปากต่อไปได้ แต่ต้องบอกว่า เป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้โต เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในอนาคต หากปล่อยทิ้งไว้นาน เพราะปัญหาในเรื่องของฟัน เราจะต้องรีบแก้ไข เพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาต่อฟันบริเวณข้างเคียงได้

หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด สนใจอยากพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ก็สามารถพาบุตรหลานของท่านมาเข้ารับการตรวจสุขภาพฟันเบื้องต้นได้ที่คลินิกเพระทางเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านทันตกรรมในเด็ก มีประสบการณ์ในวงการทันตกรรมมาอย่างยาวนาน จึงมั่นใจได้ว่า บุตรหลานของท่านจะมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน เพราะทางเราให้คำปรึกษาอย่างถูกต้อง สามารถแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันให้เด็กได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้เด็กได้ทำความสะอาดฟันอย่างถูกวิธีและสะอาดมากที่สุด เพราะเราใส่ใจในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของลูกค้าทุกคน เพื่อที่จะได้มีช่องปากและฟันที่สะอาด มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

12
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
เรา
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”

สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/


13
ปล่อยรถป้ายแดง Mitsubishi All New Triton Athlete 4WD ไมล์น้อย โปรฟรีดาวน์

มิตซูบิชิ Mitsubishi Triton Athlete 4WD AT ปี 2023
MITSUBISHI TRITON Athlete 4WD AT ตัวถังดีไซน์ใหม่!เมกาเฟรม (Mega Frame) ใหญ่ขึ้น และแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม เครื่องยนต์ใหม่ ไฮเปอร์เพาเวอร์ กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร เทอร์โบแปรผัน VG Turbo ช่วงล่างใหม่ ความปลอดภัยขั้นสุด Diamond Sense เตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning: BSW) พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist: LCA) เตือนด้านหลังขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert: RCTA) กล้องมองรอบคัน 360 องศา ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation system: FCM) ตรวจจับคนเดินถนน

หมายเหตุ : รายละเอียดของรถยนตอ์าจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง

รถผู้บริหาร รถทดลองขับ ไมล์น้อย ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

โปรโมชั่นพิเศษ
ตั้งแต่ 1 ม.ค. - 30 เม.ย. 2568
ส่วนลด 150,000 สามารถนำมาเป็นเงินดาวน์เพื่อทำโปรฟรีดาวน์ได้

ราคาพิเศษ 1,148,000 บาท

สนใจสอบถา มรายละเอียดกดลิ้ง https://www.checkraka.com/flashdeal/car

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์                Mitsubishi
   รุ่น                     มิตซูบิชิ Mitsubishi Triton Athlete 4WD AT ปี 2023
   ประเภทรถ            รถกระบะ 4 ประตู
   ปีที่เปิดตัว             2023


14
ผลเสียของการเลือกขนาดและชนิดท่อลมร้อน ไม่ตรงกับการใช้งาน

การเลือกขนาดและชนิดท่อลมร้อนที่ไม่ตรงกับการใช้งานอาจก่อให้เกิดผลเสียหลายประการ ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และค่าใช้จ่าย ดังนี้:

1. ผลเสียต่อประสิทธิภาพ:

การไหลของอากาศไม่เพียงพอ:
หากเลือกท่อลมที่มีขนาดเล็กเกินไป จะทำให้การไหลของอากาศไม่เพียงพอต่อความต้องการของระบบ ส่งผลให้การระบายอากาศไม่มีประสิทธิภาพ และอาจทำให้เกิดการสะสมของความร้อนหรือสารอันตรายในพื้นที่ทำงาน

การสูญเสียแรงดัน:
ท่อลมที่มีขนาดเล็กเกินไป หรือมีรูปแบบที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดการสูญเสียแรงดันในระบบ ส่งผลให้พัดลมต้องทำงานหนักขึ้น และสิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้น

เสียงรบกวน:
การไหลของอากาศในท่อลมที่มีขนาดเล็กเกินไป อาจทำให้เกิดเสียงรบกวนดังกว่าปกติ


2. ผลเสียต่อความปลอดภัย:

การสะสมของสารอันตราย:
หากระบบระบายอากาศไม่สามารถระบายสารอันตรายออกจากพื้นที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของพนักงาน

ความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย:
หากท่อลมร้อนทำจากวัสดุที่ไม่ทนไฟ หรือมีการติดตั้งที่ไม่ถูกต้อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย


3. ผลเสียต่อค่าใช้จ่าย:

ค่าพลังงานสูงขึ้น:
การเลือกท่อลมที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้ระบบระบายอากาศต้องใช้พลังงานมากขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น

ค่าบำรุงรักษาและซ่อมแซม:
ท่อลมที่ไม่ได้ออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพแวดล้อมในการใช้งาน อาจเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และต้องมีการบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมบ่อยครั้ง

ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนท่อลม:
หากท่อลมไม่เหมาะสมกับการใช้งาน อาจจะต้องทำการเปลี่ยนท่อลมใหม่ ทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย


ตัวอย่างผลกระทบ:

ในโรงงานที่มีการปล่อยความร้อนสูง หากเลือกใช้ท่อลมที่มีขนาดเล็กเกินไป จะทำให้ความร้อนสะสมในพื้นที่ทำงาน ส่งผลให้พนักงานทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และอาจเกิดอันตรายจากความร้อน

ในโรงงานที่มีการปล่อยสารเคมี หากเลือกใช้ท่อลมที่ไม่ทนต่อสารเคมี จะทำให้ท่อลมผุกร่อนและรั่วไหล ส่งผลให้สารเคมีแพร่กระจายในพื้นที่ทำงาน และเป็นอันตรายต่อสุขภาพของพนักงาน

ดังนั้น การเลือกขนาดและชนิดท่อลมร้อนให้เหมาะสมกับการใช้งานจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ระบบระบายอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และประหยัดค่าใช้จ่าย

15
หมอประจำบ้าน: มะเร็งเต้านม (Breast cancer)

มะเร็งเต้านม พบเป็นอันดับที่ 2 ของมะเร็งในผู้หญิง เริ่มพบได้ตั้งแต่วัยสาว และพบมากขึ้นตามอายุ ส่วนมากจะพบในช่วงอายุมากกว่า 40 ปี มะเร็งเต้านมพบว่ามีความสัมพันธ์กับการมีระดับเอสโทรเจนในเลือดสูงเป็นเวลานาน

สาเหตุ

ยังไม่ทราบแน่ชัด สันนิษฐานว่าเกิดจากปฏิสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างปัจจัยทางกรรมพันธุ์กับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม

พบว่าร้อยละ 5-10 ของผู้ป่วยมีความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ คือ มียีนที่เรียกว่า "ยีนมะเร็งเต้านม (breast cancer gene, BRCA)" ซึ่งสามารถถ่ายทอดให้ลูกหลาน ผู้ที่มียีนนี้มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม และมะเร็งรังไข่

พบว่าโรคนี้มีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่

    มีประวัติเคยเป็นมะเร็งเต้านมมาก่อน
    มีประวัติว่ามารดาหรือพี่น้องเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ ถ้ามีญาติเป็นมะเร็งเต้านมก่อนวัยหมดประจำเดือน ยิ่งมากคนก็ยิ่งเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น
    การมีประจำเดือนครั้งแรกก่อนอายุ 12 ปี
    การมีภาวะหมดประจำเดือนหลังอายุ 55 ปี
    การมีบุตรคนแรกหลังอายุ 30 ปี หรือการไม่มีบุตร
    การใช้ฮอร์โมนทดแทนหลังวัยหมดประจำเดือนนานเกิน 4 ปี
    การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดตั้งแต่อายุยังน้อยและใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมก่อนวัยหมดประจำเดือน
    ภาวะอ้วน
    การสูบบุหรี่
    การดื่มสุราจัด
    การได้รับรังสีตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยสาว

อาการ

ระยะแรกมักไม่มีอาการชัดเจน ต่อมาจะมีอาการคลำได้ก้อนที่เต้านม หัวนมบุ๋ม (จากเดิมที่ปกติ) เต้านมใหญ่ขึ้นหรือรูปทรงผิดปกติ มีน้ำเหลืองหรือเลือดออกจากหัวนม หรือผิวหนังตรงเต้านมมีสีแดงและขรุขระคล้ายผิวส้ม ในระยะท้ายอาจคลำได้ก้อนน้ำเหลืองที่รักแร้


ภาวะแทรกซ้อน

มะเร็งเต้านมที่เป็นก้อนโตขึ้นอาจทำให้มีอาการเจ็บปวดทรมาน

ในระยะท้าย มะเร็งมักแพร่กระจายผ่านกระแสเลือดไปยังอวัยวะต่าง ๆ ทำให้เกิดอาการแทรกซ้อน อาทิ

    ปอด ทำให้มีอาการเจ็บหน้าอก ไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด ภาวะมีน้ำหรือเลือดในช่องเยื่อหุ้มปอด หายใจลำบาก
    ตับ ทำให้เจ็บใต้ชายโครงขวา อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ตัวเหลืองตาเหลือง มีน้ำในท้อง (ท้องมาน)
    กระดูก ทำให้ปวดกระดูก กระดูกพรุน กระดูกหัก ปวดหลัง ไขสันหลังถูกกดทับ (ขาชาและเป็นอัมพาต มีความผิดปกติเกี่ยวกับการขับถ่ายปัสสาวะ อุจจาระ) ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง (ทำให้เป็นนิ่วไต ไตวาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ สมองเสื่อม หมดสติ)
    สมอง ทำให้ปวดศีรษะมาก อาเจียนมาก เวียนศีรษะ บ้านหมุน เดินเซ แขนขาชาและเป็นอัมพาต ชัก หมดสติ สมองเสื่อม บุคลิกภาพเปลี่ยนไปจากเดิม


การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยโดยการตรวจอัลตราซาวนด์ ถ่ายภาพรังสีเต้านม (mammogram) และการผ่าหรือเจาะเอาชิ้นเนื้อเต้านมไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ (breast  biopsy)

ถ้าพบว่าเป็นมะเร็งเต้านม อาจทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เพื่อดูการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังอวัยวะต่าง ๆ เช่น ตับ ปอด กระดูก สมอง ด้วยการตรวจอัลตราซาวนด์, เอกซเรย์, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์,  การถ่ายภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI), การตรวจสแกนกระดูก, การตรวจเพทสแกน (PET scan) เป็นต้น

การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การรักษาด้วยการผ่าตัดเต้านม (อาจตัดเต้านมออกบางส่วน หรือตัดออกทั้งหมด) พร้อมกับเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ออก

นอกจากนี้จะให้การรักษาเสริมด้วยรังสีบำบัด เคมีบำบัด ฮอร์โมนบำบัด (โดยให้กินยาทาม็อกซิเฟน-tamoxifen ซึ่งมีฤทธิ์ต้านเอสโทรเจน) อิมมูนบำบัด (โดยการให้อินเตอร์เฟอรอน หรือ monoclonal antibody) และ/หรือการใช้ยาแบบจำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (targeted therapy drug)

ผลการรักษา ส่วนใหญ่ได้ผลดี ถ้าเป็นระยะแรกมักจะมีชีวิตอยู่ได้นานหรือหายขาด (มีอัตราการรอดชีวิตเกิน 5 ปี มากกว่าร้อยละ 95) แต่ถ้ามะเร็งแพร่กระจายไปทั่วร่างกายแล้ว ก็มักจะได้ผลไม่สู้ดี (มีอัตราการรอดชีวิตเกิน 5 ปี ประมาณร้อยละ 20-25)


การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น คลำได้ก้อนที่เต้านม หรือสังเกตเห็นเต้านมมีลักษณะผิดปกติ เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์

เมื่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านม ควรดูแลตนเอง ดังนี้

    รักษา กินยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
    ติดตามรักษากับแพทย์ตามนัด
    หลีกเลี่ยงการซื้อยามากินเอง
    หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช โปรตีนที่มีไขมันน้อย (เช่น ปลา ไข่ขาว เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง)
    นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และหาทางผ่อนคลายความเครียด
    ออกกำลังกายและทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งงานอดิเรกที่ชอบ และงานจิตอาสา เท่าที่ร่างกายจะอำนวย
    ทำสมาธิ เจริญสติ หรือสวดมนต์ภาวนาตามหลักศาสนาที่นับถือ
    ถ้ามีโอกาสควรหาทางเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน หรือกลุ่มมิตรภาพบำบัด
    ผู้ป่วยและญาติควรหาทางเสริมสร้างกำลังใจให้ผู้ป่วย ยอมรับความจริง และใช้ชีวิตในปัจจุบันให้ดีและมีคุณค่าที่สุด
    ถ้าหากมีเรื่องวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคและวิธีบำบัดรักษา รวมทั้งการแสวงหาทางเลือกอื่น (เช่น การใช้สมุนไพร ยาหม้อ ยาลูกกลอน การนวด ประคบ การฝังเข็ม การล้างพิษ หรือวิธีอื่น ๆ) ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ และทีมสุขภาพที่ดูแลประจำและรู้จักมักคุ้นกันดี

ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    มีอาการไม่สบายหรืออาการผิดปกติ เช่น มีไข้ อ่อนเพลียมาก หอบเหนื่อย หายใจลำบาก ชัก แขนขาชาหรืออ่อนแรง ซีด มีเลือดออก ปวดท้อง ท้องเดิน อาเจียน เบื่ออาหารมาก  กินไม่ได้ ดื่มน้ำไม่ได้ เป็นต้น
    ขาดยาหรือยาหาย
    ในรายที่แพทย์ให้ยากลับไปกินที่บ้าน ถ้ากินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม ปวดท้อง ท้องเดิน คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ

การป้องกัน

ยังไม่มีวิธีป้องกันที่ได้ผล อาจลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมด้วยการปฏิบัติ ดังนี้

    หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ การดื่มสุราจัด และการใช้เอสโทรเจนเป็นเวลานาน
    หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ
    กินผักและผลไม้ให้มาก ๆ
    ลดการบริโภคเนื้อแดง
    ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
    หมั่นเลี้ยงบุตรด้วยนมตัวเอง (พบว่ามารดาที่ให้บุตรดื่มนมตัวเองนานเกิน 2 ปี ลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมลง)
    ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีประวัติโรคนี้ในครอบครัว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาตรวจเลือดหา "ยีนมะเร็งเต้านม (breast cancer gene, BRCA)" และผู้ที่ตรวจพบว่ามีความเสี่ยงสูง แพทย์อาจพิจารณาให้กินยาป้องกัน ได้แก่ ยาต้านเอสโทรเจน (เช่น tamoxifen, raloxifene เป็นต้น) หรือในบางกรณีแพทย์อาจป้องกันด้วยการผ่าตัดเต้านมออกไป

ข้อแนะนำ

1. เนื่องจากการค้นพบมะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะแรกเริ่มมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้นผู้หญิงทุกคนควรตรวจเต้านมด้วยตนเอง พบแพทย์เพื่อตรวจเต้านมหรือถ่ายภาพรังสีเต้านม ตามเกณฑ์อายุดังนี้

    อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ควรตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างน้อยเดือนละครั้ง
    อายุ 30-39 ปี ควรพบแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุขที่ได้รับการฝึกอบรม เพื่อตรวจเต้านมทุก 3 ปี และอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจปีละครั้ง
    อายุระหว่าง 40-44 ปี ควรเริ่มรับการตรวจหามะเร็งระยะแรกเริ่ม (โดยที่ยังเป็นปกติดี คือ ยังคลำไม่ได้ก้อนที่เต้านมแต่อย่างใด) ด้วยการถ่ายภาพรังสีเต้านม (mammography) เป็นครั้งแรก, อายุ 45-54 ปี ควรตรวจปีละครั้ง และอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ควรตรวจทุก 1-2 ปี

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง (เช่น มีประวัติโรคนี้ในครอบครัว) อาจจำเป็นต้องตรวจถี่กว่าปกติ

2. หากตรวจพบก้อนที่เต้านม ควรไปพบแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยให้แน่ชัด ไม่ควรนิ่งนอนใจ ปล่อยปละละเลย หรือกลัวและไม่กล้าไปตรวจกับแพทย์ ทำให้เสียโอกาสที่จะได้รับการเยียวยารักษาให้ได้ผลดีตั้งแต่แรก จริง ๆ แล้วก้อนที่เต้านมไม่จำเป็นต้องเป็นมะเร็งเสมอไป แต่เนื่องจากการตรวจคลำด้วยมือไม่อาจแยกว่าเป็นเนื้อดีหรือร้ายได้ จำเป็นต้องให้แพทย์ทำการตรวจเพิ่มเติม

3. ปัจจุบันมีวิธีบำบัดรักษาโรคมะเร็งใหม่ ๆ ที่อาจช่วยให้โรคหายขาดหรือทุเลา หรือช่วยให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นได้ ผู้ป่วยจึงควรติดต่อรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็ง มีความมานะอดทนต่อผลข้างเคียงของการรักษาที่อาจมีได้ อย่าเปลี่ยนแพทย์ เปลี่ยนโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น หากสนใจจะแสวงหาทางเลือกอื่น (เช่น การใช้สมุนไพร หรือวิธีอื่น ๆ) ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ และทีมสุขภาพที่ดูแลประจำและรู้จักมักคุ้นกันดี

การตรวจเต้านมด้วยตนเอง

1. การคลำเต้านมในท่ายืน ใช้ฝ่ามือด้านตรงข้ามคลำตรวจเต้านมทีละข้าง สังเกตดูว่ามีก้อนอะไรดันอยู่หรือสะดุดใต้ฝ่ามือหรือไม่ (มะเร็งของเต้านมมักจะพบที่ส่วนบนด้านนอกของเต้านมมากกว่าส่วนอื่น จึงควรสังเกตดูบริเวณนี้ให้ละเอียด)

2. และ 3. การดูเต้านมตรงหน้ากระจกเงา ในท่ามือเท้าเอวและท่าชูมือขึ้นเหนือศีรษะ สังเกตดูลักษณะเต้านมทั้ง 2 ข้างโดยละเอียด เปรียบเทียบดูขนาด รูปร่างของหัวนม และการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังทุกส่วนของเต้านม (เช่น รอยนูนขึ้นผิดปกติ รอยบุ๋ม หัวนมบอด ระดับของหัวนมไม่เท่ากัน)

4. การคลำเต้านมในท่านอน ควรใช้หมอนหรือผ้าห่มหนุนตรงสะบัก ให้อกด้านที่จะตรวจแอ่นขึ้น ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ

5. (ในท่านอน) ใช้ฝ่ามือข้างซ้ายคลำเต้านมข้างขวาโดยคลำไปรอบ ๆ หัวนมเป็นรูปวงกลม ไล่จากด้านนอกเข้ามายังหัวนม

6. แล้วใช้นิ้วบีบหัวนม สังเกตดูว่ามีน้ำเหลือง หรือเลือดออกจากหัวนมหรือไม่ ให้ทำการตรวจเต้านมข้างขวาโดยใช้มือซ้าย ทำซ้ำข้อ 4, 5, 6

หน้า: [1] 2 3 ... 37