แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 17
1
สร้างรายได้จากผัดกะเพราเครื่องในไก่ อร่อยเข้มข้นหอมกลิ่นใบกะเพราไม่คาว กินกับข้าวสวยอร่อยมาก

ผัดกะเพราเครื่องในไก่เป็นอาหารริมทางแบบคลาสสิกของไทยที่มีรสชาติจัดจ้านพร้อมเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย อาหารจานนี้เป็นที่นิยมในร้านอาหารท้องถิ่นและแผงขายอาหารทั่วประเทศไทยมีรสชาติเผ็ดร้อน หอมกลิ่นใบกะเพราและมีเนื้อสัมผัสที่หลากหลายจากเครื่องในไก่ โดยเป็นการนำเครื่องในไก่ เช่น ตับ กระเพาะและหัวใจ มาแทนที่เนื้อสัตว์ทั่วไป

ทำไมคุณถึงควรลอง
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารประเภทผจญภัย เครื่องในไก่ถือเป็นอาหารรสชาติพิเศษที่ผสมผสานความนุ่มของตับ ความเหนียวนุ่มของกระเพาะไก่ และรสชาติที่เข้มข้นของหัวใจ เมื่อผัดกับกระเทียม พริก และโหระพาสด อาหารจานนี้จะเต็มไปด้วยรสชาติเผ็ดร้อน หอมกรุ่น และอร่อย เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิร้อนๆ และไข่ดาวกรอบ จะกลายเป็นมื้ออาหารที่อิ่มอร่อยด้วยรสชาติเผ็ดร้อนและหอมกรุ่นอย่างลงตัว

วัตถุดิบ
ในการทำไก่ผัดกะเพราจานอร่อย คุณจะต้องมี:
เครื่องในไก่ 200 กรัม (ตับ กระเพาะ หัวใจ)
กระเทียม 3 กลีบ (สับ)
พริกขี้หนู 2-3 เม็ด (สับ)
ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนชา
น้ำตาล 1 ช้อนชา
น้ำเปล่าหรือน้ำซุปไก่ 1/4 ถ้วย
ใบโหระพา 1 กำมือ
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำอาหาร
ทำความสะอาดเครื่องในไก่ให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
ตั้งกระทะบนไฟกลางค่อนข้างสูง ใส่น้ำมันพืชลงไป ผัดจนหอม ใส่กระเทียมและพริก
ใส่เครื่องในไก่ลงไปแล้วผัดจนเป็นสีน้ำตาล
ใส่ซอสหอยนางรม ซอสถั่วเหลือง น้ำปลา และน้ำตาล คนให้เข้ากัน
เติมน้ำหรือน้ำซุปไก่ลงไปเล็กน้อยเพื่อให้จานนี้ชุ่มชื่น
ใส่ใบโหระพาลงไปผัดต่ออีก 30 วินาที
เสิร์ฟทันทีบนข้าวหอมมะลินึ่งพร้อมไข่ดาวด้านบน

เมนูที่คนรักอาหารไทยต้องลอง
เครื่องในไก่ผัดกะเพราเป็นเมนูที่แสดงถึงความล้ำลึกของอาหารไทย แม้จะปรุงแบบเรียบง่ายแต่มีรสชาติที่ซับซ้อน ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนของผัดกะเพรา แบบดั้งเดิม หรือกำลังมองหาอะไรใหม่ๆ เครื่องในสูตรนี้ก็คุ้มค่าที่จะลองอย่างแน่นอน เป็นเครื่องในที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถของอาหารไทยในการแปลงวัตถุดิบธรรมดาให้กลายเป็นอาหารที่อร่อยอย่างแท้จริง

2
อาหารสายยางเหมาะสำหรับผู้ใหญ่ควรหลีกเลี่ยงอะไรบ้าง

ในการให้อาหารสายยางแก่ผู้ใหญ่ สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงไม่ได้มีแค่ประเภทของอาหาร แต่รวมถึง ลักษณะทางกายภาพ และ วิธีการจัดการ ด้วยค่ะ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อย

นี่คือสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหรือระมัดระวังในการให้อาหารสายยางสำหรับผู้ใหญ่:

🚫 สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในอาหารสายยางสำหรับผู้ใหญ่


1. ภาวะที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทางเดินอาหาร

อาหารที่มีความเข้มข้นสูงเกินไป (Hyperosmolar formulas):

หลีกเลี่ยง: การให้อาหารที่มีความเข้มข้นสูงมากทันที

เหตุผล: อาจทำให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรง (Osmotic Diarrhea), ท้องอืด, และคลื่นไส้ได้ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของการให้อาหาร

อาหารที่เย็นจัดหรือร้อนจัด:

หลีกเลี่ยง: การให้อาหารที่แช่เย็นจัด หรืออาหารที่อุ่นในอุณหภูมิที่สูงเกินไป

เหตุผล: อาหารที่เย็นจัดอาจทำให้กระเพาะอาหารบีบตัวและเกิดอาการปวดเกร็ง ส่วนอาหารที่ร้อนจัดอาจทำให้เกิดการลวกภายในทางเดินอาหารได้ ควรให้ใน อุณหภูมิห้อง เท่านั้น


2. ปัญหาเกี่ยวกับความสะอาดและการปนเปื้อน

อาหารที่เตรียมไว้นานเกินไป:

หลีกเลี่ยง: การใช้อาหารที่เปิดภาชนะแล้ว หรืออาหารปั่นที่เตรียมไว้เกิน 24 ชั่วโมง และห้ามทิ้งอาหารไว้ที่อุณหภูมิห้องนานเกิน 2 ชั่วโมง

เหตุผล: เสี่ยงต่อการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและนำไปสู่การติดเชื้อหรือท้องเสีย

ภาชนะที่ไม่สะอาด:

หลีกเลี่ยง: การใช้อุปกรณ์ให้อาหารที่ไม่ผ่านการทำความสะอาดและผึ่งแห้งสนิท

เหตุผล: เสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย


3. ปัญหาเกี่ยวกับสายยางอุดตัน (Clogging Risk)

อาหารที่มีกากใยสูง/ปั่นไม่ละเอียด:

หลีกเลี่ยง: การใส่อาหารปั่นที่มีกากใย (Fiber) หรือเม็ดที่ไม่ละเอียด โดยไม่กรอง

เหตุผล: ทำให้เกิดการอุดตันของสายยาง ซึ่งนำไปสู่การต้องเปลี่ยนสายยาง

การใส่ยาเม็ดขนาดใหญ่ที่บดไม่ละเอียด:

หลีกเลี่ยง: การผสมยาบดที่ไม่ละเอียดพอลงในสายยาง

เหตุผล: เม็ดยาเล็ก ๆ ที่บดไม่ละเอียดจะไปสะสมและทำให้สายยางตัน


4. สารก่อภูมิแพ้หรือสิ่งที่ผู้ป่วยแพ้ (Allergens)

หลีกเลี่ยง: ส่วนผสมที่ผู้ป่วยมีประวัติแพ้ อย่างเคร่งครัด เช่น โปรตีนจากนมวัว, ถั่วเหลือง (มักพบในสูตรสำเร็จรูปบางชนิด) ต้องตรวจสอบฉลากส่วนผสมอย่างละเอียดก่อนใช้

ข้อสำคัญ: สูตรอาหารสายยางที่ดีที่สุดคือสูตรที่ นักโภชนาการ หรือ แพทย์ ได้ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้ป่วยรายนั้น ๆ โดยคำนึงถึงโรคประจำตัวและภาวะโภชนาการปัจจุบัน การซื้อหรือเปลี่ยนสูตรเองโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอาจทำให้เกิดอันตรายได้ค่ะ

3
📌 รายละเอียดคอร์ส “สูตรกะเพรา สไตล์ครูแมกซ์จับเงินแสน”
#สร้างรายได้จากครัวที่บ้าน
– อยากทำกะเพรารสชาติโดดเด่นไม่เหมือนใคร?
– คอร์สนี้ครูMAX จะสอนแบบจับมือทุกขั้นตอนแบบง่ายๆ
– ไม่ต้องทำอาหารเป็นก็เรียนได้!

📌 รายละเอียดคอร์ส “สูตรกะเพรา สไตล์ครูแมกซ์จับเงินแสน”
#สร้างรายได้จากครัวที่บ้าน
– อยากทำกะเพรารสชาติโดดเด่นไม่เหมือนใคร?
– คอร์สนี้ครูMAX จะสอนแบบจับมือทุกขั้นตอนแบบง่ายๆ
– ไม่ต้องทำอาหารเป็นก็เรียนได้!

✅ สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ในคอร์สนี้ (กว่า 20 คลิปสอน ถ่ายทอดทุกความรู้)
– เลือกวัตถุดิบง่ายๆ ที่ทำให้เมนูกะเพราที่ดูสิ้นคิด อร่อยและน่าจดจำ
– สูตรลับซอสผัดสไตล์ครูแมกซ์ ซอสที่คุณจะใช้ได้กับหลายเมนู ไม่ต้องกลัวซ้ำและดูน่าเบื่อ
– เทคนิคลับผัดกะเพราให้หอม แห้ง ไม่ฉ่ำมัน >> เปิดมาข้าวกล่องไม่แฉะ ลูกค้ากินแล้วติดใจอยากกลับมาซื้อซ้ำๆ
– เมนูไข่ 3 แบบ ที่มาเพิ่มมูลค่าให้จานกะเพราของคุณ ทำให้ลูกค้าอยากสั่งเพิ่ม
– เลือกแพคเกจจิ้งที่เพิ่มมูลค่าได้จริง >> ไม่ต้องกลัวว่าขายแพง และลูกค้าพร้อมจ่าย
– วิธีเริ่มทำการตลาดง่ายๆ ที่ใครก็ทำตามได้ >> เรียนแล้วทำเงินได้ทันที
– สอดแทรกการสร้างแบรนด์ให้เมนูกะเพราของคุณ >> เราจะช่วยให้คุณสร้างคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นให้เมนูกะเพราของคุณ ไม่ใช่แค่เรื่องของความอร่อย แต่ยังสื่อถึงเอกลักษณ์ ความใส่ใจรายละเอียดลูกค้า การบริการลูกค้าจดจำได้ ทั้งรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และภาพลักษณ์ที่น่าประทับใจ
คอร์สออนไลน์ สูตรกะเพรา สร้างเงินแสน จากครัวที่บ้าน
‼️ พิเศษเฉพาะวันนี้เท่านั้น ราคาพิเศษเพียง 899 บาท (จากปกติ 3,990 บาท)
** บทเรียทั้งหมดมีทั้งสิ้นกว่า 20 คลิปสอน
คุ้มค่าราคามาก Krumax อยากสอนให้ทุกท่าน
** คอร์สนี้ไม่เพียงแค่สอนสูตรอาหารธรรมดาๆ แต่ยังช่วยให้คุณได้เริ่มต้นสร้างธุรกิจและแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ที่น่าจดจำด้วยตัวเองผ่านอาหาร

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID : @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


4
จัดฟันเด็ก มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

เด็กๆหลายคนมีปัญหาที่เกี่ยวกับช่องปากและฟัน ซึ่งในวัยเด็กนั้นการรับประทานอาหารถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรเอาใจใส่ให้มากเป็นพิเศษ เนื่องจากในวัยเด็ก หลายคนคงจะชื่นชอบอาหารที่มีรสหวานชอบรับประทานขนม ซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดฟันผุที่เป็นปัญหาที่เด็กหลายคนมักต้องเจอและถ้าหากผู้ปกครองไม่คอยดูแลเอาใจใส่ในเรื่องของการทำความสะอาดช่องปากและฟันของบุตรหลานของท่านแล้ว ก็เสายงที่จะก่อให้เกิดการสูญเสียฟันได้ ซึ่งการสูญเสียฟันนั้นจะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างฟันทำให้เกิดปัญหาของรูปร่างของฟันของเด็กและจะทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา โดยอาจจะส่งผล แก่ฟันบริเวณข้างเคียงด้วย เช่น ปัญหาการเกิดการสบฟันที่ผิดปกติ ฟันห่าง ฟันล้ม ฟันซ้อนเก ซึ่งมีปัญหามาจากการเกิดฟันผุจนถึงขั้นการสูญเสียฟัน ในวัยเด็กควรจะดูแลเขาใจใส่ในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันให้มาก เพื่อป้องกันปัญหาการเกิดฟันผุในเด็ก แต่ในปัจจุบันนี้ การรักษาสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กมีด้วยกันหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการจัดฟันในเด็ก

      ซึ่งต้องบอกว่า การจัดฟันในเด็กนั้นเป็นนวัตกรรมรูปแบบใหม่ที่เด็กสามารถเข้ารับการจัดฟันได้ตั้งแต่อายุ7- 15 ปี เพราะเด็กในวัยนี้อยู่ในช่วงที่ฟันแท้ขึ้นครบแล้วและอยู่ในช่วงเวลาที่ขากรรไกรกำลังเจริญเติบโต การจัดฟันในเด็กต้องบอกว่าได้ผลดีมากกว่าการจัดฟันตอนโตด้วย พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนคงมองว่าการจัดฟันในเด็กนั้น ยังไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ แต่หารู้ไม่ว่าการจัดฟันในเด็กนั้น มีประโยชน์และมีประสิทธิภาพต่อการใช้งานของเด็กในวัยนี้มาก เพราะจะช่วยทำให้เด็กมีฟันที่สวยงาม มีรอยยิ้มที่มั่นใจและสดใสสมวัย

       สำหรับใครที่ต้องการให้บุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็กสามารถติดต่อขอรับแนะนำได้ที่คลินิกเพราะทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญจึงทำให้บุตรหลานของท่านมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้นได้แน่นอน ซึ่งวันนี้จะมาพูดถึงขั้นตอนการจัดฟันในเด็ก เพ่อที่จะเป็นแนวทางให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองที่อยากจะให้บุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก เพื่อแก้ไขปัญหาฟันให้กับบุตรหลานของท่าน สำหรับขั้นตอนการจัดฟันในเด็กนั้น อย่างแรกเลยคือ พ่อแม่ผู้ปกครอง ควรพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการตรวจช่องปากกับทันตแพทย์จัดฟัน เพื่อที่จะได้ให้ทันตแพทย์ทำการประเมินช่องปากในเบื้องต้น เพื่อวางแผนการรักษา จากนั้นก็ทำการพิมพ์ปากเพื่อสร้างแบบจำลองฟัน

ทั้งที่เป็นแบบปูนหรือแบบดิจิตอล เพื่อใช้วิเคราะห์ วินิจฉัย และวางแผนการรักษาในขั้นต่อไป ในขั้นตอนต่อไป พ่อแม่ผู้ปกครองก็จะทำการพูดคุยในเรื่องของการจัดฟันในเด็ก โดยทันตแพทย์จะทำการอธิบายถึงปัญหาของฟันของเด็ก ให้ผู้ปกครองเข้าใจ เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดเครื่องมือการจัดฟัน โดยการจัดฟันในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี อาจติดเครื่องมือแค่บางซี่ หรือติดหมดทุกซี่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับระดับความผิดปกติ ขึ้นอยู่กับแผนการรักษา ซึ่งเด็กแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ซึ่งเครื่องมือการจัดฟัน ทันตแพทย์จัดฟันจะนำเครื่องมือเหล็กชิ้นเล็กๆ ไปติดบนฟัน โดยใช้กาวชนิดพิเศษ จากนั้นนำเครื่องมือที่อยู่บนฟันทุกซี่ จะถูกร้อยเข้าหากันด้วยลวด เด็กๆสามารถเลือกสียางเพื่อมัดเครื่องมือเข้ากับลวด โยทันตแพทย์จะคอยๆ ปรับเครื่องมือเพื่อเรียงฟันของเราให้สวย ทั้งหมดนี้คือขั้นตอนการจัดฟันในเด็ก และภายหลังจากการจัดฟันหรือติดตั้งเครื่องมือการจัดฟันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เด็กๆควรปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด และทำความสะอาดช่องปากและฟันให้สะอาดอยู่เสมอ

สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใดสนใจให้บุตรหลานของท่าน เข้ารับการจัดฟันในเด็ก สามารถปรึกษาทันตแพทย์ที่คลินิกได้ ทางเรามีทันตแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการจัดฟันในเด็กมากอย่างยาวนาน สามารถให้คำปรึกษาได้อย่างถูกต้องแน่นอน เพราะเราอยากให้เด็กทุกคนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการดูแลรักษาความสะอาดของสุขภาพช่องปากและะฟัน เพื่อที่จะได้มีฟันที่แข็งแรง มีรอยยิ้มที่สดใส มั่นใจมากยิ่งขึ้น

5
จัดฟันบางนา: จัดฟันได้สบายโดยไม่มีเหล็กจัดฟันมาคอยให้ยุ่งยากรำคาญ
 
ในปัจจุบันนี้การเข้ารับการจัดฟัน ถือว่าเป็นการรักษาทางทันตกรรมที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน หลายคนมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและฟันจนทำให้เกิดฟันผุ จนนำไปสู่การสูญเสียฟันได้ ซึ่งการสูญเสียฟันนั้นจะทำให้เกิดการผิดปกติของฟันหลายอย่าง ทำให้เกิดปัญหาต่างๆมากมายตามมา หากไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งการที่เราสูญเสียฟันนั้น จะทำให้เรามีอาการฟันห่างฟัน ซ้อนเก ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน ทำให้บดเคี้ยวอาหารได้ไม่ละเอียด อาจจะส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมได้

ดังนั้น คนส่วนใหญ่จึงนิยมใช้วิธีการจัดฟันเพื่อแก้ไขปัญหาความผิดปกติ โดยการจัดฟันนั้น แน่นอนว่า มีด้วยกันหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการจัดฟันแบบเครื่องมือแบบติดแน่น แบบที่เราเห็นกันทั่วไป การจัดฟันแบบใส การจัดฟันแบบเร็ว ซึ่งแน่นอนว่าการจัดฟันในรูปแบบต่างๆก็จะมีผลการรักษาที่แตกต่างกันออกไปและสามารถแก้ไขปัญหาได้แตกต่างกัน

สำหรับจุดประสงค์ของการเข้ารับการจัดฟันแน่นอนว่าผู้ที่เข้ารับการจัดฟันจะต้องอยากมีฟันที่สวยงามเป็นธรรมชาติ ถ้าหากพูดถึงเรื่องของความสวยงามที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด ก็ต้องหนีไม่ผลการจัดฟันแบบใส เพราะ การจัดฟันแบบใสนั้น แน่นอนว่าจะไม่มีเครื่องมือการจัดฟันติดอยู่ภายในช่องปาก  ถือว่ามีความสะดวกสบายแก่ผู้เข้ารับการจัดฟันมากเลยทีเดียว สำหรับการจัดฟันแบบใสนั้น สามารถตอบโจทย์หลายสไตล์ของคนในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

เนื่องจากการจัดฟันแบบใสจะใช้เครื่องมือที่สามารถถอดออกได้ ใช้ในการแก้ไขปัญหาและช่วยทำหน้าที่เคลื่อนตัวฟันไปยังตำแหน่งที่ทันตแพทย์ได้กำหนดไว้ ก็จะทำให้ฟันของผู้เข้ารับการจัดฟันแบบใสมีความสวยงาม มีรอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติ ปราศจากเหล็กอยู่ภายในช่องปาก ไม่สร้างความรำคาญให้กับผู้เข้ารับการจัดฟัน
 
โดยส่วนใหญ่แล้วผู้เข้ารับการจัดฟันมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับบุคลิกภาพ และบาดแผลภายในช่องปาก เนื่องจากมีเหล็กจัดฟันอยู่ภายในช่องปากทำให้เราติดนิสัยที่ผิดปกติ เช่น ใช้ลิ้นดุนเหล็กจัดฟัน อาจจะทำให้เกิดการระคายเคือง ทำให้เกิดแผลในช่องปากได้ ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมที่พบได้บ่อย สำหรับผู้ที่เข้ารับการจัดฟัน แต่ต้องบอกว่าการจัดฟันแบบใสนั้นจะทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟันสะดวกสบายเนื่องจากสวมใส่ได้อย่างง่ายดายและถอดออกได้

ขณะรับประทานอาหาร ซึ่งตอบโจทย์ต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคนในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เพราะไม่ต้องมีเหล็กหรือลวดจัดฟันมาคอยทำให้ยุ่งยากรำคาญ ทำให้รับประทานอาหารได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น การจัดฟันแบบใส จึงให้ความสบายสูงสุด และเพราะว่าผู้เข้ารับการจัดฟันแบบใส สามารถถอดมันได้ทุกเมื่อ มีอิสระสูงสุดที่จะรับประทานอาหารจานโปรดจานไหนๆได้อย่างเต็มที่

โดยไม่ต้องกังวลว่าเหล็กจะหลุดขณะรับประทานอาหาร รวมไปถึงการแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟันก็สามารถใช้ได้สะดวก และสะอาดทุกซอกทุกมุม จึงทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟันแบบใส สามารถมีรอยยิ้มสวยสดใส ไม่ต้องพะวงหรือเก็บซ่อนรอยยิ้มนั้นไว้อีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม หากคุณสนใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส ก็สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกเพราะทางเรามีทันตแพทย์และเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษา และทันตแพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญในด้านการจัดฟันแบบใส มีประสบการณ์ทางด้านทันตกรรมอย่างยาวนาน จึงสามารถให้คำปรึกษาได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ คลินิกเรายังได้รับการรับรองสูงสุดจาก  invisalign ให้สามารถให้บริการทางด้านการจัดฟันแบบใส ได้อย่างปลอดภัยตามหลักมาตรฐานสากล จึงทำให้ผู้เข้ารับการรักษาทุกคนมั่นใจได้ว่า คุณจะได้รับการรักษาที่มีความปลอดภัย มีความน่าเชื่อถือได้อย่างแน่นอน เพราะเราอยากให้ทุกคนมีฟันที่สวยงามเป็นธรรมชาติ เพื่อที่จะได้ ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่ และมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

6
ซอสโบโลเนสเนื้อ Bolognese Sauce อาหารพร้อมทาน

รายละเอียดสินค้า
อาหารพร้อมทาน ซอสโบโลเนสเนื้อ หอมอร่อย เนื้อเต็มๆ
ซีกซองสามารถทานได้เลย ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนสูง และบรรจุในถุงอลูมิเนียม
เพื่อรักษาคุณภาพและความสดอร่อย โดยสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง
ไม่จําเป็นต้องแช่เย็นเก้บได้นานถึง 18 เดือน

ขนาด 180 กรัม น้ำหนักเนื้อ 140 กรัม

บรรจุภัณฑ์ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ( This packaging is not suitable for microwave use. )
อย 10-1-01554-5-0144
ฮาลาล
 
ช่องทางการสั่งซื้อ
 
เบอร์ : 02-398-5600 , 063-207-6926
Line : https://lin.ee/YWCEYud
page : https://www.facebook.com/BYSNFOOD
Shopee : https://shopee.co.th/sn.foods




7
ซ่อมบำรุงอาคาร: แอร์เป็นน้ำแข็ง รู้ทันสาเหตุพร้อมวิธีแก้ไขปัญหาให้แอร์กลับมาทำงานดีอีกครั้ง

อาการ "แอร์เป็นน้ำแข็ง" (Ice Buildup) ไม่ใช่อาการที่บอกว่าแอร์ทำงานเย็นดีเกินไปนะครับ แต่มันคือสัญญาณอันตรายที่บอกว่าระบบกำลังมีปัญหา หากปล่อยไว้น้ำแข็งจะหนาขึ้นจนลมไม่ออก และอาจทำให้น้ำหยดใส่เฟอร์นิเจอร์ หรือคอมเพรสเซอร์พังได้ครับ

มาเช็ก 4 สาเหตุยอดฮิตและวิธีแก้ให้กลับมาเย็นฉ่ำเหมือนเดิมกันครับ:

1. แผ่นกรองฝุ่น (Filter) สกปรกจัด
นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดถึง 80% ครับ

สาเหตุ: เมื่อฝุ่นอุดตันหนาแน่น ลมไม่สามารถพัดผ่านแผงคอยล์เย็นได้ ความเย็นจึงสะสมอยู่ที่แผงจนอุณหภูมิติดลบ ทำให้น้ำค้างที่เกาะอยู่กลายเป็นน้ำแข็ง

วิธีแก้: ถอดแผ่นกรองออกมาล้างด้วยน้ำเปล่า และใช้เครื่องดูดฝุ่นหรือแปรงขนนุ่มทำความสะอาดแผงคอยล์เย็นเบื้องต้น หากไม่ได้ล้างแอร์นานกว่า 6 เดือน ควรเรียกช่างมา "ล้างใหญ่" ครับ


2. น้ำยาแอร์รั่วหรือขาด (Low Refrigerant)
หลายคนเข้าใจผิดว่าถ้าน้ำยาน้อยแอร์จะไม่เย็นเฉยๆ แต่จริงๆ แล้วมันทำให้เกิดน้ำแข็งได้ด้วย

สาเหตุ: เมื่อน้ำยาน้อย แรงดันในระบบจะต่ำลง ทำให้น้ำยาที่ฉีดเข้าแผงคอยล์เย็นมีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งทันทีที่เข้าสู่แผง จึงเกิดน้ำแข็งเกาะเริ่มจากจุดที่น้ำยาเข้า

วิธีแก้: ตรวจสอบรอยรั่วตามข้อต่อและแผงคอยล์ (สังเกตคราบน้ำมัน) จากนั้นให้ช่างทำการซ่อมรอยรั่วและเติมน้ำยาให้เต็มระบบครับ


3. พัดลมกรงกระรอกทำงานผิดปกติ
สาเหตุ: แม้แผงจะสะอาด แต่มอเตอร์พัดลมหมุนช้าลง หรือใบพัดสกปรกจนลมไม่ออก ก็ทำให้ความเย็นระบายออกมาไม่ได้จนเกิดน้ำแข็งสะสม

วิธีแก้: เช็กว่าลมที่เป่าออกมาแรงสม่ำเสมอหรือไม่ หากลมเบาหรือมีเสียงดังผิดปกติ อาจต้องให้ช่างตรวจสอบแคปพัดลม (Capacitor) หรือมอเตอร์ครับ


4. อุณหภูมิภายนอกต่ำเกินไป
สาเหตุ: มักเกิดในคืนที่ฝนตกหนักหรืออากาศเย็น แล้วเรายังตั้งอุณหภูมิแอร์ไว้ต่ำมาก (เช่น 18-20 องศา) แอร์จะทำงานจนเย็นจัดเกินไปจนเกิดน้ำแข็ง

วิธีแก้: ปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นมาที่ 25-26 องศา หรือใช้โหมดพัดลม (Fan Mode) ช่วยในคืนที่อากาศข้างนอกเย็นอยู่แล้วครับ

🛠️ ขั้นตอนการแก้ไขเมื่อเจอแอร์เป็นน้ำแข็ง (Emergency Steps)
ปิดโหมดทำความเย็นทันที: อย่าพยายามเปิดแอร์สู้ เพราะน้ำแข็งจะยิ่งหนาขึ้น

เปิดโหมดพัดลม (Fan Mode): ตั้งความเร็วลมสูงสุด เพื่อให้ลมช่วยเป่าน้ำแข็งให้ละลายเร็วขึ้น (อย่าใช้ไดร์เป่าผมเป่า เพราะความร้อนอาจทำให้พลาสติกหรือแผงคอยล์เสียหายได้)

เตรียมรับมือน้ำหยด: เมื่อน้ำแข็งละลาย น้ำอาจจะล้นถาดน้ำทิ้ง ให้หาผ้าหรือกะละมังมารองใต้ตัวเครื่องไว้ครับ

ตรวจสอบสาเหตุ: หลังจากน้ำแข็งละลายหมดแล้ว (ต้องแห้งสนิท) ให้ลองเช็กแผ่นกรองตามข้อ 1 หากล้างแล้วยังเป็นอีก ให้ตามช่างมาเช็คน้ำยาครับ


💡 ข้อแนะนำเพิ่มเติม

การฝืนเปิดแอร์ที่มีน้ำแข็งเกาะ จะทำให้ คอมเพรสเซอร์ (Outdoor Unit) พังไว เพราะน้ำยาที่ไหลกลับไปเป็นของเหลว (แทนที่จะเป็นก๊าซ) จะเข้าไปทำลายลูกสูบของคอมเพรสเซอร์ครับ

8
ซ่อมบำรุงอาคาร: "น้ำยาแอร์" คืออะไร จำเป็นต้องเติมทุกครั้งหลังล้างแอร์ไหม

"ความเข้าใจผิดที่ใหญ่ที่สุด" เกี่ยวกับแอร์เลยครับ หลายคนมักถูกช่างแอร์บอกว่า "น้ำยาขาดนะพี่ ต้องเติมหน่อย" ทุกครั้งที่ล้างแอร์ แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไปครับ

1. "น้ำยาแอร์" คืออะไร?

น้ำยาแอร์ (Refrigerant) หรือสารทำความเย็น คือสารเคมีที่มีคุณสมบัติเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นก๊าซได้ง่าย ทำหน้าที่เป็น "ตัวกลาง" ในการดูดความร้อนจากภายในห้องไปคายทิ้งไว้นอกบ้าน

มันไม่ได้ถูก "ใช้หมดไป" เหมือนน้ำมันรถ

มันไม่ได้ "ระเหยหายไปเอง" เหมือนน้ำในแก้ว

แอร์ทำงานเป็น "ระบบปิด" (Sealed System) น้ำยาจะหมุนเวียนวนไปวนมาอยู่อย่างนั้นตลอดอายุการใช้งานครับ

2. จำเป็นต้องเติมทุกครั้งหลังล้างแอร์ไหม?

คำตอบสั้นๆ คือ "ไม่จำเป็นเลยครับ" * หากแอร์ของคุณยังเย็นปกติ และไม่มีจุดรั่วซึม น้ำยาแอร์จะอยู่ได้นานถึง 10-20 ปี (เท่าอายุเครื่อง) โดยไม่ต้องเติมเลยแม้แต่ปอนด์เดียว

ช่างที่พยายามให้เติมน้ำยาทุกครั้งหลังล้าง มักจะเป็นการหารายได้เสริม หรือบางครั้งอาจเกิดจากความไม่ชำนาญในการวัดแรงดัน (ซึ่งแรงดันน้ำยาจะเปลี่ยนตามอุณหภูมิภายนอกด้วย)

3. เมื่อไหร่ที่ต้อง "เติมน้ำยาแอร์" จริงๆ?

คุณควรเติมน้ำยาก็ต่อเมื่อ "น้ำยารั่ว" เท่านั้นครับ โดยสังเกตอาการได้ดังนี้:

แอร์ไม่เย็น: ลมที่ออกมามีแต่ลมธรรมดา ไม่มีความเย็นเลย

น้ำแข็งเกาะ: มีน้ำแข็งเกาะที่แผงคอยล์เย็น หรือที่ท่อทองแดงนอกบ้าน

มีเสียงรั่ว: ได้ยินเสียงฟู่ๆ เหมือนลมรั่วออกมาจากท่อ

คราบน้ำมัน: เห็นคราบน้ำมันเหนียวๆ เกาะตามข้อต่อท่อทองแดง (เพราะน้ำยาแอร์จะมีน้ำมันคอมเพรสเซอร์ผสมอยู่ ถ้ารั่วจะเห็นคราบน้ำมัน)

⚠️ ข้อควรระวัง: หากน้ำยารั่ว การเติมน้ำยาเพิ่มคือการแก้ที่ปลายเหตุ ช่างต้อง "หาจุดรั่วและอุดรอยรั่ว" ให้ได้ก่อนแล้วค่อยเติมน้ำยาใหม่ครับ ไม่อย่างนั้นเติมไปไม่กี่วันก็หมดอีก

4. ทำไมล้างแอร์แล้วรู้สึกแอร์เย็นขึ้น ทั้งที่ไม่ได้เติมน้ำยา?

นั่นเป็นเพราะเมื่อล้างแอร์ ฝุ่นที่อุดตันตามแผงรังผึ้ง (คอยล์) ถูกกำจัดออกไป ทำให้ลมสามารถพัดผ่านแผงความเย็นออกมาได้สะดวกขึ้น และแผงคอยล์ก็แลกเปลี่ยนความร้อนได้ดีขึ้น แอร์จึงกลับมาเย็นฉ่ำโดยไม่ต้องยุ่งกับระบบน้ำยาเลยครับ

💡 สรุปทริคคุยกับช่าง
ถ้าช่างบอกว่าน้ำยาขาด ให้ถามกลับว่า "ขาดกี่ปอนด์? และรั่วตรงไหน?" หากช่างหาจุดรั่วไม่ได้ แต่ยืนยันจะให้เติมน้ำยา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจจะโดนหลอกครับ

9
ข้อเสียของการจัดฟันเด็ก

ในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของเด็ก ถือว่าเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองแม่ควรเอาใจใส่ให้มากเป็นพิเศษ เพราะฟันน้ำนมของเด็กนั้น มีความสำคัญมาก เนื่องจากฟันน้ำนมคือเครื่องมือการรักษาช่องว่างตามธรรมชาติในขากรรไกร เพื่อกันพื้นที่ให้ฟันแท้ขึ้นมาได้ พ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่คิดว่าฟันน้ำนมไม่มีความสำคัญ หากเด็กต้องสูญเสียฟันน้ำนมหรือถอนออกก็คงไม่เป็นไร แต่ความจริงแล้ว หากต้องเสียฟันน้ำนมก่อนวัยอันควรเช่น ถ้าพ่อแม่พาบุตรหลานไปถอนฟันน้ำนมทิ้ง ก็อาจจะทำให้ฟันซี่อื่นๆ เคลื่อนตัวเข้ามาในช่องว่างระหว่างฟัน ทำให้ฟันแท้ที่ขึ้นมาอาจจะขาดพื้นที่และไม่สามารถงอกขึ้นมาได้ตามธรรมชาติ ซึ่งนี่อาจจะเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดปกติของขากรรไกรและการสบฟันของเด็กได้

ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองควรจะหมั่นสังเกตบุตรหลานของท่านว่ามีการสบฟันที่ผิดปกติหรือไม่ ถ้าหากมีปัญหาดังกล่าว ก็ควรได้รับการตรวจจากทันตแพทย์เพื่อทำการแก้ไข สำหรับสัญญาณของความผิดปกติของการสบฟันนั้น ยกตัวอย่างเช่น ฟันซ้อนหรือฟันขึ้นผิดตำแหน่ง ฟันซ้อนเก ฟันสบลึก หรือเด็กมีพฤติกรรมการบดเคี้ยวอาหารได้ลำบากและชอบหายใจทางปาก ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นสัญญาณของการสบฟันที่ผิดปกติ พ่อแม่ผู้ปกครองควรพาบุตรหลานของท่านถ้าพบทันตแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา โดยการรักษาการสบฟันที่ผิดปกตินั้น

มักนิยมใช้วิธีการเข้ารับการจัดฟันในเด็ก เพราะการจัดฟันในเด็ก สามารถช่วยทำให้เด็กมีฟันที่เรียงตัวกันอย่างสวยงาม นอกจากนี้  ถ้าเด็กได้รับการรักษาด้วยการจัดฟัน ก็จะมีผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการจัดฟันตอนโต แต่อย่างไรก็ตาม การจัดฟันในเด็กก็ยังมีข้อเสียนั้นก็คืออาจจะทำให้บุตรหลานของท่านใช้ชีวิตประจำวันได้ยากกว่าปกติ แต่ไม่ต้องกังวลในข้อนี้ เพราะถ้าหากเด็กปรับตัวที่จะอยู่ร่วมกับการใช้เครื่องมือการจัดฟันได้ ปัญหาเหล่านี้ก็จะหมดไป

สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึงข้อเสียของการจัดฟันในเด็ก ซึ่งอาจจะทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนมีความกังวลถึงผลเสียที่จะตามมา ถ้าหากลูกน้อยของท่านจัดฟันตั้งแต่ตอนเด็ก แต่ต้องบอกก่อนว่าการจัดฟันในเด็กนั้น เป็นการแก้ไขฟันที่มีประสิทธิภาพและก็มีข้อดีเช่นเดียวกัน เพราะจะทำให้เด็กรู้จักรักษาความสะอาดของช่องปากและฟันและตระหนักถึงปัญหาฟัน หากเราดูแลสุขภาพช่องปากและฟันไม่ดี สำหรับข้อเสียของการจัดฟันในเด็ก อย่างแรกเลยคืออาจทำให้เด็กไม่สามารถทำกิจกรรมที่มีการปะทะได้ เนื่องจากในวัยเด็ก อาจจะมีการเล่นกีฬาหรือร่วมกิจกรรมที่อาจจะมีการปะทะบ้าง ถือเป็นเรื่องที่มักจะพบเจอได้บ่อย

ดังนั้น เด็กอาจจะต้องระมัดระวังในเรื่องของการเล่นกีฬาหรือการร่วมกิจกรรม เพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ เนื่องจากมีเครื่องมือการจัดฟันอยู่ภายในช่องปาก ข้อเสียอีกอย่างหนึ่งก็คือในขณะที่เด็กมีเครื่องมือจัดฟันอยู่ภายในช่องปาก ก็อาจจะทำให้ทำความสะอาดฟันได้ยากและเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุได้ถ้าไม่ดูแลรักษาความสะอาดให้ดี และในขณะรับประทานอาหาร เศษอาหารอาจจะเข้าไปติดที่เหล็กจัดฟันได้ อาจจะทำให้เสียบุคลิกภาพได้ และเป็นสาเหตุของการเกิดฟันผุและมีกลิ่นปาก ต่อมาการพูดหรือออกเสียงไม่ชัด ซึ่งในข้อนี้ถือเป็นปัญหาของเด็กหลายๆคนที่เข้ารับการจัดฟัน แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะการพูดไม่ชัดจะเกิดขึ้นในระยะแรกหลังจากการจัดฟันและข้อเสียอีกอย่างหนึ่งก็คือเด็กอาจจะไม่ได้รับประทานอาหารได้อย่างหลากหลายมากนัก เพราะจะต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีความอ่อนนุ่ม เพื่อลดปัญหาของการเสียหายของเครื่องมือจัดฟันนั่นเอง ทั้งหมดนี้ก็ถือว่าเป็นข้อเสียของการจัดฟันในเด็กที่อาจจะกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเด็กได้ แต่ก็สามารถแก้ไขได้ หากเด็กปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด

หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด สนใจอยากให้บุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดฟันในเด็ก สามารถให้คำปรึกษาได้อย่างถูกต้อง ทำให้มั่นใจได้ว่า บุตรหลานของท่านจะมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

10
จัดฟันบางนา: ก่อนตัดสินใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส ควรศึกษาเรื่องใดให้มากเป็นพิเศษ

การจัดฟันแบบใส เป็นการรักษาทางทันตกรรมอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย ที่เข้ามาช่วยในการรักษา รวมไปถึงการวางแผนการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากกว่าแต่ก่อน ทำให้การจัดฟันแบบใส เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหาของผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับรูปร่างของฟันที่มีความผิดปกติ 

ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการรับประทานอาหาร การพูดคุย พบปะผู้คน และรวมไปถึงบุคลิกภาพของเราด้วย เพราะถ้าหากเรามีฟันที่มีรูปร่างผิดปกติ ก็จะทำให้เรารับประทานอาหารได้ไม่สะดวก ทำให้มีบุคลิกภาพที่ไม่มั่นใจได้ นอกจากนี้ การจัดฟันแบบใสยังช่วยเสริมสร้างให้ผู้เข้ารับการจัดฟันแบบใส มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี เพราะผู้เข้ารับการจัดฟันสามารถถอดเครื่องมือการจัดฟันแบบใสออกได้ขณะแปรงฟัน ทำให้สามารถทำความสะอาดช่องปากและฟันได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีเครื่องมือการจัดฟันเป็นอุปสรรคและยังช่วยทำให้สามารถรับประทานอาหารได้อย่างหลากหลาย

และที่สำคัญแม้คุณจะมีเครื่องมือการจัดฟันอยู่ภายในช่องปาก ก็สามารถสร้างความมั่นใจ ยิ้มได้เต็มที่ เพราะเครื่องมือแบบใสที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะบุคคล มีความใสเมื่อสวมใส่แล้วแทบจะมองไม่ออกเลยว่ากำลังอยู่ในระหว่างการจัดฟันอยู่ และนี่ก็เป็นจุดเด่นที่ทำให้หลายๆคนเลือกใช้วิธีการเข้ารับการจัดฟันแบบใสในการแก้ไขปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน แต่ในเรื่องการเข้ารับการจัดฟันแบบใสนั้น ก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษาด้วยการจัดฟันแบบใส เราควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อที่จะได้รับมือและทราบถึงขั้นตอนการรักษารวมไปถึงข้อปฏิบัติต่างๆที่ควรปฏิบัติขณะเข้ารับการรักษา

และในวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของการจัดฟันแบบใสกับเรื่องที่ผู้เข้ารับการจัดฟันควรรู้ก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา ซึ่งก่อนการรักษานั้นผู้เข้ารับการรักษาควรปรึกษาทันตแพทย์อยู่แล้ว เพื่อทำการตรวจประเมินช่องปากเบื้องต้นว่า สามารถเข้ารับการจัดฟันแบบใสได้หรือไม่ และใช้ระยะเวลานานแค่ไหน รวมไปถึงจะได้ทราบถึงขั้นตอนการจัดฟันแบบใสว่า มีขั้นตอนอย่างไรบ้างและจะต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับการจัดฟันแบบใส

และต้องบอกก่อนว่าในปัจจุบันนี้มีคลินิกทันตกรรมที่เปิดให้บริการเป็นจำนวนมาก ทำให้เรามีทางเลือกมากยิ่งขึ้นว่าเราจะเข้ารับการรักษาที่คลินิกใด ซึ่งในข้อนี้เราควรเลือกคลินิกที่มีความเชี่ยวชาญและได้รับการรับรองให้บริการในด้านการจัดฟันแบบใสและต้องมีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญผ่านการรับรองจากสถาบันอเมริกา ซึ่งทางคลินิกของเรามี ทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและผ่านการรับรองให้บริการในด้านการจัดฟันแบบใสได้ ซึ่งทำให้ผู้เข้ารับการรักษามั่นใจได้ว่าการเข้ารับการจัดฟันแบบใสที่คลินิกจะทำให้คุณมีฟันที่สวยงามเป็นธรรมชาติได้อย่างแน่นอน เรื่องต่อมาที่เราจะต้องศึกษาให้ละเอียด

นั่นก็คือวิธีการปฎิบัติตนทั้งก่อนและหลังเข้ารับการจัดฟันแบบใส โดยเราควรจะทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์ เพื่อให้ผลการรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามแผนการรักษาทันตแพทย์ได้วางไว้ และที่สำคัญที่สุดผู้เข้ารับการจัดฟันแบบใสจะต้องมีระเบียบวินัยในการสวมใส่เครื่องมือการจัดฟันตามที่ทันตแพทย์ได้กำหนดไว้ เพราะถ้าหากไม่ใส่เป็นประจำก็จะทำให้ผลการรักษาเกิดการคาดเคลื่อนได้และจะทำให้ฟันกลับมามีปัญหาอีกซึ่งอาจจะต้องทำการจัดฟันใหม่ด้วย ซึ่งโดยปกติแล้ว  ผู้เข้ารับการรักษาควรจะสวมใส่เครื่องมือการจัดฟันอย่างน้อยวันละ 20-22 ชั่วโมง

ทั้งหมดนี้ก็คือ เรื่องที่เราควรจะศึกษาให้ดีอย่างละเอียด ก่อนตัดสินใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส เพื่อที่จะได้เตรียมตัว เตรียมใจที่จะเข้ารับบริการอย่างไม่มีความกังวลใดๆ สำหรับใครที่สนใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส ทางคลินิกเราก็มีโปรโมชั่นพิเศษ

11
แนวทางธุรกิจอาหารเติบโตอย่างมั่นคงได้แม้จะเริ่มต้นเพียงไม่กี่พันบาทในวิธีทำอาชีพเสริมที่คุ้มค่า

การเริ่มต้นธุรกิจอาหารไม่จำเป็นต้องมีงบประมาณมากมายหรือมีร้านอาหารที่ครบครันเสมอไปอันที่จริง ด้วยเงินเพียงไม่กี่พันบาท คุณก็สามารถสร้างธุรกิจอาหารง่ายๆ ที่สร้างรายได้เสริมได้ สำหรับหลายๆคน การขายอาหารเป็นหนึ่งในวิธีสร้างรายได้ที่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงที่สุด เพราะอาหารเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ แนวทางการขายอาหารที่ทำง่ายและใช้เงินลงทุนไม่มาก

นี่คือแนวทางปฏิบัติที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นธุรกิจอาหารขนาดเล็กด้วยการลงทุนเพียงเล็กน้อย
1. เลือกรายการเมนูที่เรียบง่ายแต่ได้รับความนิยม
เมื่อเริ่มต้นด้วยงบประมาณที่จำกัด ควรเน้นสูตรอาหารที่ทำง่าย ใช้วัตถุดิบน้อยและได้รับความนิยมจากลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ตัวอย่างเช่น
ของทอด (กล้วยทอด, ปอเปี๊ยะทอด, เทมปุระ)
เครื่องดื่มสไตล์สตรีท (กาแฟเย็น, ชานม, สมูทตี้)
อาหารจานด่วน (ข้าวผัด, ก๋วยเตี๋ยว, ไข่เจียวราดข้าว)
ขนมหวานทำเอง (แพนเค้ก วาฟเฟิล บราวนี่ หรือข้าวเหนียวมะม่วงตามฤดูกาล)
อาหารประเภทนี้มีราคาไม่แพง เตรียมง่าย และขายได้ปริมาณมาก

2. เริ่มต้นด้วยอุปกรณ์พื้นฐาน
ตอนแรกคุณไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ทำอาหารราคาแพง ลองใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วในบ้าน หรือลงทุนซื้อของจำเป็นบางอย่าง เช่น:
เตาแก๊สหรือกระทะไฟฟ้า
กระทะ หม้อ หรือกระทะจีน
กล่องเก็บความเย็นสำหรับน้ำแข็งและเครื่องดื่ม
ภาชนะบรรจุอาหารและบรรจุภัณฑ์
เมื่อยอดขายของคุณเติบโตขึ้น คุณสามารถค่อยๆ อัพเกรดอุปกรณ์ของคุณเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้

3. เรื่องสถานที่เป็นเรื่องสำคัญ
ทำเลที่ตั้งเชิงกลยุทธ์สามารถสร้างหรือทำลายธุรกิจอาหารของคุณได้ ลองพิจารณาขายในพื้นที่ที่มีคนเดินผ่านไปมาจำนวนมาก เช่น
ตลาดและงานแสดงสินค้าชุมชน
ใกล้โรงเรียนหรือสำนักงาน
กิจกรรมหรือเทศกาลในท้องถิ่น
ทางออนไลน์ผ่านแอปส่งอาหารหรือโซเชียลมีเดีย
หากการเช่าพื้นที่มีราคาแพงเกินไป เริ่มต้นด้วยการจัดส่งออนไลน์หรือรับออเดอร์ล่วงหน้าผ่านทาง Facebook, Line หรือ Instagram

4. รักษาต้นทุนให้ต่ำแต่คุณภาพสูง
เพื่อให้ได้กำไรสูงสุด ควรซื้อวัตถุดิบในปริมาณมากและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับซัพพลายเออร์ในท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม อย่าลดทอนคุณภาพ ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะกลับมาซื้อซ้ำหากอาหารของคุณมีรสชาติดี สด และถูกสุขอนามัย เพียงแค่ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น บรรจุภัณฑ์ที่สะอาดและบริการที่เป็นมิตร ก็สามารถสร้างความแตกต่างเหนือคู่แข่งได้

5. โปรโมตธุรกิจของคุณทางออนไลน์
โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับการตลาดต้นทุนต่ำ ใช้ภาพถ่ายและวิดีโอสั้นๆ เพื่อนำเสนออาหาร กระบวนการทำอาหาร และความคิดเห็นของลูกค้า กระตุ้นให้ลูกค้าแบ่งปันประสบการณ์ของพวกเขาทางออนไลน์ โปรโมชั่นต่างๆ เช่น “ซื้อ 5 แถม 1” หรือ “ส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่” ก็สามารถดึงดูดผู้ซื้อได้มากขึ้นเช่นกัน

6. จัดการการเงินอย่างชาญฉลาด
เนื่องจากคุณเริ่มต้นด้วยการลงทุนเพียงเล็กน้อย ควรติดตามค่าใช้จ่ายและยอดขายรายวัน แยกเงินธุรกิจออกจากเงินส่วนตัว และนำกำไรส่วนหนึ่งไปลงทุนต่อเพื่อขยายธุรกิจ

7. ขยายออกไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป
เมื่อคุณสร้างฐานลูกค้าที่มั่นคงแล้ว คุณสามารถขยายเมนูหรือเพิ่มปริมาณการผลิตได้ คุณอาจพิจารณาร่วมมือกับแพลตฟอร์มจัดส่งอาหาร หรือตั้งรถเข็นขายอาหารขนาดเล็กในพื้นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน

การสร้างจุดเด่นและพัฒนาสินค้า
สร้างเอกลักษณ์: ลองเพิ่มสูตรหรือรสชาติพิเศษที่แตกต่างจากร้านอื่น เช่น ใช้ซอสสูตรลับ หรือวัตถุดิบออร์แกนิก เพื่อให้ลูกค้าจดจำได้
พัฒนาบรรจุภัณฑ์: ใช้บรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและใช้งานง่าย นอกจากจะดูน่าทานแล้วยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้าได้อีกด้วย
ขอความคิดเห็นจากลูกค้า: สอบถามลูกค้าเพื่อนำไปปรับปรุงคุณภาพอาหารและบริการให้ดียิ่งขึ้น
การเริ่มต้นทำธุรกิจอาหารเล็กๆ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากมาย ขอเพียงแค่มีแผนที่ดีและเริ่มจากสิ่งที่คุณถนัดและชอบ เท่านี้ก็สามารถสร้างรายได้เสริมได้แล้ว

การขายอาหารง่ายๆ ด้วยเงินลงทุนเพียงเล็กน้อยเป็นวิธีที่ดีเยี่ยมในการสร้างรายได้เสริมและแม้กระทั่งสร้างธุรกิจระยะยาว กุญแจสู่ความสำเร็จคือการเลือกเมนูที่เหมาะสม การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและการโปรโมตสินค้าของคุณ ด้วยความมุ่งมั่นและความคิดสร้างสรรค์ ธุรกิจอาหารของคุณจะสามารถเติบโตอย่างมั่นคงได้ แม้จะเริ่มต้นเพียงไม่กี่พันบาทก็ตาม


12
สร้างอาชีพ ขายอาหารผัดกะเพราไข่เยี่ยวม้าหมูสับ เมนูอาหารตามสั่งยอดฮิต เคลือบซอส เนื้อไข่นุ่มโรยหน้าด้วยใบกะเพรากรอบ

ผัดกะเพราไข่เยี่ยวม้าหมูสับเป็นเมนูผัดกะเพราแบบไทยๆที่มีรสชาติอร่อยไม่เหมือนใคร อาหารจานนี้เป็นเมนูยอดนิยมของเมนูอาหารข้างทางของไทย โดยผสมผสานรสชาติที่เข้มข้นและครีมมี่ของไข่เยี่ยวม้าเข้ากับความอร่อยของหมูสับและใบกะเพราที่หอมกรุ่น ทำง่ายและน่ารับประทานมากเมื่อทานกับข้าวสวยร้อนๆ ผัดกะเพราไข่เยี่ยวม้าหมูสับเนี่ยของโปรดใครหลายคน ทำตามนี้รับรองอร่อยเหาะ

ส่วนผสม:
ไข่เยลลี่ 2 ฟอง (ไข่เยี่ยวม้า) หั่นเป็น 4 ส่วน
หมูสับ 200 กรัม
กระเทียมสับ 3 กลีบ
พริกขี้หนู 3–5 เม็ด (ปรับรสตามชอบ) สับ
ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนชา
น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
น้ำหรือน้ำสต็อก 1/4 ถ้วย
ใบกะเพรา 1 กำมือ
น้ำมันพืช 1–2 ช้อนโต๊ะ
ข้าวหอมมะลิหุงสุก สำหรับจัดเสิร์ฟ
(ตัวเลือก) ไข่ดาว สำหรับโรยหน้า

คำแนะนำ:
เตรียมวัตถุดิบ
สับกระเทียมและพริกให้เข้ากัน หั่นไข่เยี่ยวม้าเป็น 4 ส่วน ล้างใบโหระพาแล้วพักไว้

ผัดกระเทียมและพริก
ตั้งน้ำมันในกระทะหรือกระทะจีนบนไฟปานกลางค่อนข้างสูง ใส่กระเทียมสับและพริกลงไป ผัดจนหอม

ใส่หมูสับลงไป
ใส่หมูสับลงไป ผัดต่อจนสุกและมีสีน้ำตาลเล็กน้อย

ปรุงรส
ด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊ว น้ำปลา และน้ำตาล คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันแล้วเติมน้ำหรือน้ำสต็อกลงไปเล็กน้อยเพื่อให้รสชาติเข้ากัน

ใส่ไข่เยี่ยวม้า
ค่อยๆ ใส่ไข่เยี่ยวม้าลงไป ผัดพอให้ร้อนทั่ว โดยไม่ต้องให้ไข่แตกออกจากกันมากเกินไป

ใส่กะเพรา
โยนใบโหระพาลงไป ผัดประมาณสองสามวินาทีจนโหระพาสลด จากนั้นยกออกจากเตา

เสิร์ฟร้อนๆ
เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิร้อนๆ เพื่อเพิ่มรสชาติและเนื้อสัมผัส โรยด้วยไข่ดาวกรอบๆ

เคล็ดลับ:
ใช้ใบกะเพราเพื่อให้มีกลิ่นหอมอย่างแท้จริง หากหาไม่ได้สามารถใช้ใบกะเพราแทนได้ แต่รสชาติจะแตกต่างกัน
ปรับจำนวนพริกตามความเผ็ดที่คุณรับได้
หากคุณไม่คุ้นเคยกับการทานไข่เยี่ยวม้า ให้ลองใช้ปริมาณน้อยลงก่อน — ไข่เยี่ยวม้ามีรสชาติที่เข้มข้นและเป็นเอกลักษณ์

เหตุใดคุณจึงรักมัน:
เมนูนี้เป็นการผสมผสานรสชาติเผ็ด เค็มและหวานเล็กน้อยได้อย่างลงตัว พร้อมด้วยเนื้อครีมของไข่เยี่ยวม้าที่ช่วยเพิ่มรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ นับเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสัมผัสรสชาติแบบไทยๆ ด้วยความแปลกใหม่เล็กน้อย


13
การให้อาหารสายยาง แก่ผู้ป่วยที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต

การให้อาหารทางสายยางสำหรับผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต (Stroke/Paralysis) มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีปัญหาเรื่อง การกลืนลำบาก (Dysphagia) หรือกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืนทำงานไม่สัมพันธ์กัน ซึ่งเสี่ยงต่อการสำลักลงปอดได้ง่ายกว่าปกติครับ

หลักการปฏิบัติที่เน้นความปลอดภัยและสุขอนามัยมีดังนี้:


1. การจัดท่าทาง (หัวใจสำคัญเพื่อป้องกันปอดอักเสบ)

เนื่องจากผู้ป่วยอัมพฤกษ์อาจมีการทรงตัวหรือการควบคุมกล้ามเนื้อคอที่ไม่ดี:

ท่าที่ปลอดภัยที่สุด: คือการจัดให้นอน ศีรษะสูง 45-60 องศา หรือจัดให้นั่งพิงพนักเก้าอี้ที่มั่นคง

การประคอง: หากผู้ป่วยมีอาการอ่อนแรงครึ่งซีก ควรใช้หมอนหนุนประคองข้างที่อ่อนแรงเพื่อไม่ให้ตัวเอียงขณะให้อาหาร

หลังให้อาหาร: ต้องคงท่าศีรษะสูงไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาหารไหลย้อนกลับ


2. การตรวจสอบก่อนให้อาหาร

เช็กตำแหน่งสาย: ผู้ป่วยอัมพาตบางรายอาจไม่สามารถบอกความรู้สึกได้หากสายเลื่อน ผู้ดูแลต้องดูขีดเครื่องหมายบนสายยางทุกครั้ง

เช็กการย่อย: ดูดเช็กปริมาณอาหารค้าง (Residual) หากมีค้างเกิน 100-150 มล. แสดงว่าระบบย่อยทำงานช้า ควรเลื่อนมื้ออาหารออกไปก่อน

ความสะอาดปากและคอ: ตรวจดูว่าไม่มีเสมหะค้างในลำคอมากเกินไปก่อนเริ่มให้อาหาร เพราะอาจทำให้ผู้ป่วยไอและสำลักได้ง่าย


3. การเลือกอาหารที่เหมาะสม

โปรตีนและใยอาหาร: ผู้ป่วยอัมพาตที่ขยับตัวน้อยมักมีปัญหา "ท้องผูก" และ "แผลกดทับ"

ควรเลือกอาหารที่มี ใยอาหาร (Fiber) เพื่อช่วยการขับถ่าย

เน้น โปรตีนสูง เพื่อป้องกันและช่วยสมานแผลกดทับ

ความหนืด: อาหารควรมีความหนืดพอดี ไม่เหลวเป็นน้ำจนไหลเร็วเกินไป และไม่ข้นจนฉีดไม่เข้า


4. การดูแลช่องปาก (Oral Care)

แม้ผู้ป่วยจะไม่ได้ทานอาหารทางปาก แต่แบคทีเรียในช่องปากสามารถสะสมและหลุดลงไปในปอดพร้อมน้ำลายได้:

ควรทำความสะอาดช่องปากและฟันด้วยแปรงขนอ่อนหรือผ้าชุบน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง

หมั่นสังเกตว่ามีเศษอาหารหรือน้ำลายค้างในกระพุ้งแก้มข้างที่อ่อนแรงหรือไม่


ข้อควรระวังพิเศษสำหรับผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต

การสำลักเงียบ (Silent Aspiration): ผู้ป่วยบางรายอาจสำลักโดยไม่มีอาการไอให้เห็น ให้สังเกตจาก การมีไข้ต่ำๆ หายใจเร็วขึ้น หรือออกซิเจนปลายนิ้วลดลง หลังมื้ออาหาร

การป้องกันสายหลุด: หากผู้ป่วยมีอาการสับสนหรือชอบดึงสาย ควรหาถุงมือผ้าใส่ให้ผู้ป่วย หรือปรึกษาแพทย์เรื่องการเปลี่ยนเป็นสายให้อาหารทางหน้าท้องหากต้องให้อาหารระยะยาว

14
อาหารสายยาง ที่เหมาะสมกับ “ผู้ป่วยเบาหวาน”

สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องให้อาหารทางสายยาง หัวใจสำคัญคือ "การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่" เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลสูงเฉียบพลัน (Hyperglycemia) หรือภาวะน้ำตาลต่ำ (Hypoglycemia) ซึ่งอันตรายต่อระบบประสาทและสมองครับ

แนวทางการจัดสูตรอาหารและข้อควรระวังสำหรับผู้ป่วยเบาหวานครับ

1. คุณสมบัติของอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

ค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low Glycemic Index): เลือกใช้คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ค่อยๆ ปลดปล่อยน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด

ใยอาหารสูง (High Fiber): ใยอาหารจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและช่วยเรื่องระบบขับถ่าย

โปรตีนคุณภาพดี: เพื่อช่วยรักษาภาวะสมดุลของร่างกายโดยไม่เพิ่มระดับน้ำตาล

ไขมันดี (MUFA/PUFA): เน้นไขมันไม่อิ่มตัวเพื่อช่วยในเรื่องของสุขภาพหลอดเลือดและหัวใจ


🥦 สูตรอาหารปั่นเองสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน (ประมาณ 1,000 มล.)

สูตรนี้เน้นแป้งไม่ขัดสีและผักที่มีกากใยสูงครับ

วัตถุดิบ                                      ปริมาณ                      เหตุผลที่เหมาะสม
ข้าวกล้อง/ข้าวไรซ์เบอร์รี่ (หุงสุกเปื่อย)   200 - 250 กรัม   มีใยอาหารสูงกว่าข้าวขาว ช่วยคุมน้ำตาลได้ดีกว่า
ไข่ขาวต้มสุก                                   6 - 8 ฟอง           โปรตีนสะอาด ไม่มีไขมันและคอเลสเตอรอล
อกไก่ต้มเปื่อย                           100 กรัม            เสริมสร้างกล้ามเนื้อ
ฟักทอง / แครอท / ผักสีเขียว (นึ่ง)   150 - 200 กรัม   เพิ่มวิตามินและใยอาหารที่จำเป็น
น้ำมันรำข้าว / น้ำมันมะกอก           2 ช้อนโต๊ะ            ให้พลังงานจากไขมันดีแทนการพึ่งพาแป้งเพียงอย่างเดียว
น้ำต้มสุก                                   ปรับจนครบ 1,000 มล.   

⚠️ ข้อควรระวังพิเศษ

งดการเติมน้ำตาลหรือน้ำเชื่อม: รวมถึงผลไม้ที่มีรสหวานจัดในสูตรปั่น เช่น มะม่วงสุกหรือทุเรียน

การแบ่งมื้ออาหาร: ควรแบ่งเป็นมื้อย่อยๆ ในเวลาที่แน่นอน (เช่น ทุก 4 ชั่วโมง) เพื่อให้ระดับน้ำตาลสม่ำเสมอตลอดวัน

ความสะอาด: ผู้ป่วยเบาหวานหากติดเชื้อจะหายช้าและลุกลามง่าย อุปกรณ์ทุกชิ้นต้องสะอาดระดับสูงสุด

ทางเลือกสูตรสำเร็จรูป: หากคุมน้ำตาลได้ยาก การใช้ อาหารทางการแพทย์สูตรสำหรับผู้ป่วยเบาหวานโดยเฉพาะ (เช่น Glucerna หรือ Gen−DM) จะช่วยคุมน้ำตาลได้แม่นยำกว่า เพราะมีการคำนวณสัดส่วนสารอาหารมาให้เรียบร้อยแล้วครับ

15
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน

ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอาย
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่

วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี
1.ฉีกซองทานได้ทันที
2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที
3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที
*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*

ข้อแนะนำในการใช้
- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน
- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว
- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี
ขนาดบรรจุ 300 กรัม

เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
พิกัด  https://shopee.co.th/dseelin_official




หน้า: [1] 2 3 ... 17