ข้อเสียการให้อาหารสายยางแก่ผู้ป่วยติดเตียงการให้อาหารทางสายยาง (Enteral Nutrition) เป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารเมื่อไม่สามารถทานเองได้ แต่ในขณะเดียวกันก็มี "ข้อเสียและข้อจำกัด" ที่ผู้ดูแลต้องทำความเข้าใจเพื่อรับมือกับผลกระทบทางร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยครับ
ข้อเสียหลักๆ ที่มักเกิดขึ้นครับ:
1. ผลกระทบด้านจิตใจและความรู้สึก
นี่เป็นจุดที่ผู้ป่วยมักจะทรมานที่สุดแต่พูดไม่ได้
สูญเสียสุนทรียภาพในการกิน: ผู้ป่วยจะไม่ได้สัมผัสรสชาติอาหาร กลิ่น หรือความรู้สึกจากการเคี้ยวและกลืน ซึ่งเป็นหนึ่งในความสุขพื้นฐานของชีวิต ทำให้ผู้ป่วยเกิดความเครียด ซึมเศร้า หรือเบื่ออาหาร
รู้สึกสูญเสียศักดิ์ศรี: การมีสายระโยงระยางที่จมูกหรือหน้าท้องตลอดเวลา อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอึดอัดและสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง
2. ภาวะแทรกซ้อนทางกายภาพจาก "สายยาง"
การระคายเคืองและบาดแผล: สายยางที่ใส่ทางจมูก (NG Tube) อาจเสียดสีจนเกิดแผลในโพรงจมูก คอหอย หรือหลอดอาหาร หากใส่นานเกินไปอาจเกิดการบวมและอักเสบได้
เสี่ยงต่อการติดเชื้อ: ปลายสายยางที่สัมผัสกับอากาศและอาหารเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดี หากดูแลความสะอาดอุปกรณ์ไม่ดีพอ ผู้ป่วยอาจติดเชื้อในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ได้ง่าย
สายอุดตันหรือหลุด: หากบดยาไม่ละเอียดหรือล้างสายไม่สะอาด สายจะตันจนต้องใส่ใหม่ ซึ่งการใส่สายยางแต่ละครั้งสร้างความเจ็บปวดและทรมานให้ผู้ป่วยมาก
3. ปัญหาระบบทางเดินอาหาร
ท้องอืดและอาหารขย้อน: เนื่องจากระบบย่อยอาหารไม่ได้ถูกกระตุ้นจากการเคี้ยว ทำให้น้ำย่อยออกมาน้อยลง อาหารอาจค้างในกระเพาะนานกว่าปกติ ส่งผลให้ท้องอืด หรือขย้อนขึ้นมาจนเกิดภาวะสำลัก
ท้องเสีย: บ่อยครั้งเกิดจากการที่อาหารปั่นมีความเข้มข้นเข้มข้นเกินไป (Hyperosmolar) หรืออาหารมีการปนเปื้อนเชื้อโรค
4. ภาวะปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia)
นี่คือ ข้อเสียที่อันตรายที่สุด แม้จะให้อาหารทางสาย แต่ผู้ป่วยก็ยังมีโอกาสสำลักอาหารหรือ "น้ำย่อย" ของตัวเองเข้าไปในปอดได้ โดยเฉพาะถ้าจัดท่าทางไม่ถูกต้อง หรือหูรูดกระเพาะอาหารของผู้ป่วยทำงานผิดปกติ
5. ภาระของผู้ดูแล (Caregiver Burden)
ค่าใช้จ่าย: หากใช้สูตรสำเร็จจะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ถ้าปั่นเองก็ต้องใช้เวลาและพลังงานในการเตรียมที่มาก
ความเครียด: ผู้ดูแลต้องมีความระมัดระวังสูงมากในทุกมื้อ (วันละ 4-5 มื้อ) เพราะหากผิดพลาดเพียงนิดเดียวอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้
💡 วิธีลด "ข้อเสีย" เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
หมั่นทำความสะอาดช่องปาก: แม้ไม่ได้กินทางปาก เพื่อให้ช่องปากชุ่มชื้นและลดแบคทีเรีย
ชวนคุยหรือให้ดมกลิ่นอาหาร: ในมื้ออาหารของครอบครัว ให้ผู้ป่วยมานั่งร่วมโต๊ะด้วยเพื่อให้เขายังรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและได้รับกลิ่นอาหารบ้าง
พิจารณาการเจาะกระเพาะ (Gastrostomy): หากต้องให้อาหารทางสายยางระยะยาว (เกิน 1 เดือน) การเจาะกระเพาะมักจะทำให้ผู้ป่วยสบายตัวกว่าและลดปัญหาแผลในจมูกได้ครับ